ศ.พญ.ศรีวิชา ครุฑสูตร รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
• “โรคเขตร้อน” เป็นโรคประจำถิ่น อาการส่วนใหญ่ไม่ทำให้ตายโดยเฉียบพลัน แต่อัตราการเกิดโรคสูง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ให้สนใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก ปอดบวม วัณโรค เท้าช้าง ฉี่หนู ไข้ดิน และกลุ่มโรคพยาธิทุกชนิด
• ไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อเดงกี่ ในอดีตพบมากในเด็ก แต่ปัจจุบันพบได้มากขึ้นในวัยผู้ใหญ่ อัตราการเสียชีวิตสูง เมื่อหกสิบปีที่แล้วมีการระบาดใหญ่ของไข้เลือดออกในไทยและฟิลิปปินส์ ไข้เลือดออกไม่มียารักษา อาการเบื้องต้นไม่แตกต่างจากไข้ทั่วไปคือ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ซึ่งวันนี้ สามารถวินิจฉัยโรคโรคนี้แม่นยำมากขึ้นด้วยชุดตรวจทางการแพทย์
• จะสังเกตอย่างไรว่าคนไข้ควรมาโรงพยาบาล ในเด็กเล็กจะมีรูปแบบของอาการที่ชัดเจนคืออาการไข้จะลดลงในวันที่ 3-4 เมื่อไข้ลดฉับพลัน หากยังมีอาการซึม คลื่นไส้อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะช็อคและเลือดออกภายใน เช่นเดียวกับผู้สูงอายุที่มักไม่แสดงอาการไข้ หากมีอาการซึม เบื่ออาหารให้พบแพทย์โดยด่วนเพื่อทำการวินิจฉัย ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
• ยุง…พาหะนำโรคไข้เลือดออก ปัจจุบันสามารถออกหากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ดังนั้น การป้องกันไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือ “อย่าให้ยุงกัด” ซึ่งมีหลายวิธี เช่น นอนกางมุ้ง ยาทากันยุง สวมเสื้อแขนยาวขายาว และไม่สวมเสื้อผ้าสีเข้ม รวมทั้งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง หรือใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำ
ข้อมูลจากเวที Health Talk เรื่อง “รู้จัก-รับมือโรคเขตร้อน” โดย ศ.พญ.ศรีวิชา ครุฑสูตร รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ในงาน “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019”
พบกันที่งาน “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019”
วันที่ 27-30 มิถุนายน 2562
ที่ Hall 5 อิมแพคเมืองทองธานี
#Healthcare2019 #MatichonHealthcare #MatichonEvent
#เรียนรู้สู้โรค #อิมแพคเมืองทองธานี #มติชนเฮลท์แคร์

