เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กลุ่ม 79 จำกัด ผู้ดำเนินการฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะ ทำหนังสือชี้แจงถึงกรณีที่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.แถลงข่าวเปรียบเทียบการกำจัดขยะระหว่างวิธีฝังกลบกับวิธีเตาเผา โดยระบุว่า ตามที่ผู้ว่าฯกทม.ได้แถลงข่าวชี้แจงประเด็นของการประกวดราคาโครงการเตาเผาขยะที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โดยได้พาดพิงเชิงเปรียบเทียบกับโครงการฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะในสาระสำคัญ 3 ประการ อันประกอบด้วยราคา ที่ดินซึ่งใช้ในการฝังกลบ และน้ำเสีย ทางบริษัท กลุ่ม 79 จำกัดในฐานะผู้ดำเนินการฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะและมีผลประกอบการกับกทม.มายาวนานมากกว่า 30 ปีมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนทั้ง 3 ประการ ซึ่งแตกต่างจากคำแถลงของผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมาดังนี้
หนังสือชี้แจงระบุว่า 1.ราคา ปัจจุบัน กทม.จ้างเหมาฝังกลบมูลฝอยในอัตราตันละ 680 บาท ในขณะที่ราคากลางในการกำจัดมูลฝอยในระบบเตาเผา มีมูลค่าตันละ 900 บาท คำนวณเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมได้ว่า การกำจัดมูลฝอย 1,000 ตันต่อวัน กทม.จ่ายค่าจ้างเพื่อการเผาขยะแพงกว่าการฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะวันละ 220,000 บาท เดือนละ 6,600,000 บาท ปีละ 79,200,000 บาท และ 20 ปีเท่ากับ 1,584,000,000 บาท ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า กทม.เสียประโยชน์ไปถึง 3,168,000,000 บาท สำหรับโครงการทั้ง 2 แห่งนี้
2.ที่ดิน ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอ้างว่าในอนาคตจะไม่มีที่ดินเพื่อใช้ในการฝังกลบและจังหวัดอื่นๆ จะไม่ยินยอมให้มีการนำขยะจากกทม.ไปทำการฝังกลบอีกต่อไป ในกรณีนี้มีประเด็นเกี่ยวเนื่อง 2 ประเด็น 2.1 ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปจนสามารถนำที่ดินเดิม ซึ่งเป็นพื้นที่ฝังกลบขยะกับมาใช้งานใหม่ได้ (reclaim) โดยมีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนินการอยู่แล้ว และได้เคยนำเรียนข้อมูลเสนอต่อสภากรุงเทพมหานครว่าบริษัทฯ มีศักยภาพในการฝังกลบขยะอย่างเนื่องโดยไม่ต้องจัดหาที่ดินเพิ่มเติมอีกเป็นเวลา 30 ปี 2.2 ตลอดระยะเวลาการดำเนินการ 30 ปีเศษที่ผ่านมา ไม่เคยมีข้อร้องเรียนเรื่องไม่มีที่ดินฝังกลบหรือไม่ยินยอมให้นำขยะมาฝังกลบในพื้นที่ของบริษัทเลย
3.ผลกระทบจากน้ำเสีย ผู้ว่าฯกทม.อ้างว่านำเสียจะไหลซึมผ่านชั้นดินไปก่อให้เกิดมลภาวะต่อที่ดินและน้ำใต้ดินในพื้นที่ข้างเคียง ในกรณีนี้เป็นการแถลงข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างร้ายแรง จะด้วยเหตุที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือแถลงไปด้วยความพลั้งเผลอก็ตาม แต่พึงต้องทราบว่าการฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะนั้นมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลและรั่วซึมของน้ำเสียจากระบบฝังกลบออกสู่พื้นที่ภายนอกอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการบดอัดดินและการปิดทับด้วยพลาสติกคุณภาพสูง ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปรากฏอยู่อย่างชัดเจนในสัญญาจ้างเหมาฝังกลบมูลใอยอย่างถูกสุขลักษณะระหว่างกรุงเทพมหานครและผู้รับจ้างทุกราย
“นอกจากนี้ ในกระบวนการบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ ยังได้นำระบบ Reverse Osmosis มาใช้ในการบำบัดน้ำเสีย ทำให้น้ำที่ผ่านระบบบำบัดมีลักษณะสมบัติเป็นน้ำเพื่อการอุปโภคที่ปลอดภัย ดังนั้น การอ้างผลกระทบจากน้ำเสียเป็นข้อจำกัดของการฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะ จึงเป็นการกล่าวที่อาจเกิดจากความสับสนกับการเทกองมูลฝอย ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกหลักวิชาการ”จดหมายจากบริษัท กลุ่ม 79 จำกัดระบุ

