เมื่อวันที่30 กรกฎาคม น.สพ.สรวิศธานีโตอธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่าปัจจุบันสถานการณ์จากรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก(โอไออี) พบว่าการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมีการแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยตั้งแต่ปี2561 ถึงปัจจุบันได้มีการระบาดใน20 ประเทศหลายภูมิภาคทั่วโลกซึ่งเป็นทวีปยุโรปจำนวน10 ประเทศได้แก่เบลเยียมสาธารณรัฐเช็กฮังการีลัตเวียมอลโดวาสาธารณรัฐโปแลนด์โรมาเนียรัสเซียยูเครนและบัลแกเรียทวีปแอฟริกามี4 ประเทศได้แก่ชาดโกตดิวัวร์แอฟริกาใต้สาธารณรัฐแซมเบียและทวีปเอเซียมี6 ประเทศได้แก่จีน(เกิดโรค149 ครั้งใน107 เมือง32 มณฑล4 เขตการปกครอง1 เขตบริหารพิเศษ) มองโกเลีย(เกิดโรค11 ครั้งใน6 จังหวัด) เกาหลีเหนือ(เกิดโรค1 ครั้งใน1 จังหวัด) เวียดนาม(เกิดโรค161 ครั้งใน62 จังหวัด) กัมพูชา(เกิดโรค11 ครั้งใน5 จังหวัด) และล่าสุดลาว(เกิดโรค12 ครั้งใน5 จังหวัด) ข้อมูลณวันที่26 กรกฎาคม2562
น.สพ.สรวิศกล่าวว่ากรมปศุสัตว์จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคASF ในสุกรเพื่อป้องกันการระบาดเข้าสู่ประเทศไทยดังนี้ 1. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคASF ในสุกร(war room) ทั้งระดับกรมและระดับจังหวัด 2. ประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไปและประชุมชี้แจงเกษตรกรถึงอันตรายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากเกิดการระบาด 3. ตรวจเยี่ยมฟาร์มหมูทุกฟาร์มและให้คำแนะนำเพื่อปรับระบบการเลี้ยงให้มีระบบป้องกันโรคที่ดี 4.ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวต่างชาติห้ามมิให้นำผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ติดตัวเข้ามาประเทศไทย 5. ตรวจสอบและทำลายผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินำติดตัวเข้ามา 6.เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสินค้าปศุสัตว์ที่นำเข้า–นำผ่าน–นำออกตามด่านพรมแดนทุกแห่งของประเทศไทย 7.เตรียมความพร้อมให้มีระบบการทำลายสุกรที่เป็นโรคและซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและ 8.เสนอแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยต่อคณะรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบอนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยและอนุมัติให้แผนดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่9 เมษายน2562 พร้อมทั้งอนุมัติงบประมาณในการดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคเร่งด่วนในปีงบประมาณ2562
น.สพ.สรวิศกล่าวว่าสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรควรดำเนินการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรดังนี้ 1. ใช้อาหารสัตว์จากแหล่งที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ 2.อาหารสำหรับพนักงานหรือคนเลี้ยงสุกรต้องใช้เนื้อจากแหล่งที่ไม่เสี่ยงมาทำอาหารในฟาร์ม 3.ต้องมีรั้วรอบฟาร์มและโปรแกรมการกำจัดสัตว์พาหะ 4.บุคคลที่จะเข้าฟาร์มต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเข้าฟาร์ม 5.จัดให้มีตู้UV เพื่อฆ่าเชื้ออุปกรณ์ก่อนนำเข้าฟาร์ม 6.ยานพาหนะทุกคันต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม 7. จัดให้มีเล้าขายหมูอยู่นอกบริเวณที่มีการเลี้ยงสุกร 8.มีเล้ากักหมูทดแทนอยู่นอกฟาร์มก่อนย้ายเข้าฝูง 9.น้ำสำหรับใช้ในฟาร์มให้ใช้น้ำบาดาลและมีระบบบำบัดน้ำด้วยคลอรีนก่อนนำไปใช้ 10.มีบ่อทิ้งซากหรือระบบย่อยสลายซาก ทั้งนี้คู่มือและแนวทางทางการปฏิบัติต่างๆอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะตามความเหมาะสมของสถานการณ์ของโรคท่านสามารถติดตามและดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซด์ของกรมปศุสัตว์ที่http://www.dld.go.th. หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์หรือcall center 063-225-6888 นอกจากนี้ขอให้เกษตรกรสังเกตสุกรในฟาร์มเลี้ยงของตนเองหากมีลักษณะอาการแสดงของโรคดังนี้ตายเฉียบพลันมีไข้สูงนอนสุมกันผิวหนังแดงมีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำโดยเฉพาะใบหูท้องขาหลังมีอาการทางระบบอื่นเช่นทางเดินหายใจทางเดินอาหารการแท้งในทุกช่วงอายุของการตั้งท้องให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศสายด่วนกรมปศุสัตว์063-255 -6888 หรือที่application DLD 4.0 รวมทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน

