ไข่พะโล้บูด ปลุกสังคมมอง อาหารกลางวันน.ร.

8.08.19 | 14:21 น.

กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกครั้ง กรณีโครงการอาหารกลางวันเด็กที่ไร้คุณภาพ ที่อ้างถึง “ไข่พะโล้บูด” เอาไปล้างและกลับมาปรุงใหม่ให้เด็กรับประทาน หลังมีการแชร์เหตุเกิดที่โรงเรียนใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

จะเป็น “เรื่องจริง” หรือ “จัดฉาก” คงต้องรอผลสรุปอีกครั้ง!

กระนั้นโครงการอาหารกลางวันเด็ก ยังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ลองมาฟังมุมมองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องรับงบประมาณมามอบต่อให้โรงเรียนในสังกัด จัดทำโครงการอาหารกลางวันเด็ก มีขั้นตอนจะทำให้เกิดความโปร่งใส และเด็กได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ได้หรือไม่อย่างไร?

อำพล ยุติโกมินทร์ ปลัดเทศบาลเมืองสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้บริหารได้เน้นการบริหารอาหารกลางวันให้โปร่งใส เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายตรวจสอบได้ เพื่อให้นักเรียนในชั้นประถมและในศูนย์เด็กเล็กรับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพดี

ก่อนหน้านี้มีการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ “อี-บิดดิ้ง” มีผู้รับจ้างหลายรายเสนอราคาแข่งขัน ทำให้ผู้ชนะการประมูล ต้องจัดทำอาหารกลางวันจากเดิมงบประมาณนักเรียนหัวละ 20 บาท มีการเสนอราคาเหลือต่ำสุดเพียงมื้อละ 14 บาทต่อคน

Advertisement

ที่ผ่านมายังไม่พบมีปัญหาร้องเรียนด้านคุณภาพหรือปริมาณ จากการกำหนดแนวทางการทำเมนูอาหารเสนอล่วงหน้า มีการตรวจสอบคุณภาพโดยนักโภชนาการของเทศบาลร่วมกับบุคลากรครู ตรวจสอบการจัดซื้อวัตถุดิบทุกประเภท ต้องมีคุณภาพตามข้อตกลงในสัญญาจ้าง และก่อนนักเรียนรับประทานอาหารทุกมื้อครูต้องถ่ายภาพส่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อให้ผู้บริหารตรวจสอบพร้อมลงลายมือชื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานทุกวัน

ทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า งบค่าอาหารกลางวันนักเรียนปัจจุบันรัฐบาลจัดสรรผ่าน อบต.และเทศบาลทุกระดับทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนในสังกัดเทศบาล จะบริหารจัดการโดยเทศบาลจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจสอบคุณภาพได้ทุกขั้นตอน

แต่งบอีกส่วนจะผ่าน อบต.เพื่อจัดสรรให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ที่อยู่ในเขต อบต. ยอมรับว่าส่วนนี้เมื่อ อบต.จ่ายงบไปแล้วไม่สามารถเข้าไปสั่งการหรือตรวจสอบผู้บริหารสถานศึกษาได้

ด้าน นางจรี วัชรวงษ์ ผอ.ร.ร.บ้านบ่อนอก (ทองวิทยา) ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ได้รับงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน จาก อบต. จ่ายทุก 3 เดือน หากมีเงินเหลือจะต้องจ่ายคืนให้ อบต.

ปัจจุบันโรงเรียนบ้านบ่อนอกมีนักเรียน 59 คน ใช้วิธีจ้างเหมา ยอมรับว่าสะดวกกว่ากรณีจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อจ้างแม่ครัวปรุง หรือซื้อวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหารเอง

สำหรับการใช้โปรแกรมจัดอาหารกลางวันตามคู่มือระบบการจัดเมนูอาหารกลางวัน หรือ Thai Scholl Lunch โรงเรียนในชนบทส่วนใหญ่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากวัตถุดิบบางประเภทไม่มีจำหน่าย และเพื่อความโปร่งใสก่อนเด็กรับประทานอาหารจะโพสต์ภาพรายการอาหารในเฟซบุ๊กทุกวัน เพื่อให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ ขณะที่ครูทุกคนจะรับประทานอาหารตามเมนูเหมือนนักเรียน แต่ต้องจ่ายค่าอาหารเดือนละ 200 บาท ไม่มีประเภทเด็กกินข้าวแข็งแต่ครูกินข้าวหอมมะลิ

“มาโนช ตรัยรัตนยนต์ ปลัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม กล่าวว่า เทศบาลมีโรงเรียนในสังกัด 5 แห่ง มีนักเรียนชั้นอนุบาล-ชั้น ป.6 จำนวน 1,791 คน และชั้น ม.1-ม.6 อีก 1,054 คน

ที่ผ่านมาได้รับเงินอุดหนุนรายหัวจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กอนุบาล-ชั้น ป.6 มื้อละ 20 บาท/คน/วัน ส่วนระดับชั้น ม.1-ม.6 เทศบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี มื้อละ 20 บาท/คน/วัน เท่ากัน ที่ผ่านมาก็เพียงพอกับการดูแลอาหารกลางวันนักเรียน เนื่องจากเมื่อโรงเรียนได้รับการจัดสรรงบประมาณก็จะบริหารจัดการกันเองให้เพียงพอให้มีโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย

โชคดีที่โรงเรียนในสังกัดเทศบาลแต่ละแห่งมีจำนวนนักเรียนจำนวนมากเพียงพอที่จะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบมีราคาถูกตามกลไกตลาด ที่ผ่านมาปัญหาการคำนวณจำนวนนักเรียนจะกำหนดวันที่ 10 มิถุนายนของทุกปี

หากเลยกว่านั้นมีเด็กเพิ่มขึ้นก็จะไม่สามารถเบิกเงินเพิ่มได้ โรงเรียนต้องแก้ปัญหาเอง แต่ในปีงบประมาณ 2563 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ให้สามารถตั้งงบประมาณเผื่อได้ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งในส่วนของเทศบาลเมืองสมุทรสงครามได้กำชับไปยังโรงเรียนในสังกัดให้ดูแลเรื่องอาหารกลางวันนักเรียนอย่างเคร่งครัด ให้เหมาะสมตามวัย

สิริชัย มะเวชะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว (อัครพงศ์ชนูปถัมภ์) กล่าวว่า อาหารกลางวันเด็กที่ถูกต้องควรมีสารอาหารครบ 5 หมู่ สะอาด ปริมาณเพียงพอกับนักเรียน ในส่วนของโรงเรียนนี้ เด็กไม่อิ่มก็เติมได้ตลอด ซึ่งโรงเรียนไม่มีจำกัด เพื่อให้เด็กได้รับปริมาณอาหารที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

ส่วนเมนูที่เด็กชอบส่วนใหญ่จะเป็น ข้าวมันไก่ ข้าวไก่ทอด ข้าวหมูแดง ส่วนของหวานส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง แตงโม เป็นต้น แต่ละมื้อครูดูแลจะจัดเมนูแต่ละวัน และเข้าคำนวณรายการอาหารผ่านโปรแกรม Thai School Lunch ให้ได้อาหารที่เหมาะสมตามวัย จะกำหนดเป็นรายสัปดาห์

ในส่วนของปัญหาอาหารกลางวันที่ไม่ได้คุณภาพตามที่เห็นตามสื่อซึ่งส่งผลต่อตัวเด็กทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ไม่เพียงพอ ตนมองว่าปัญหานี้มีหลายปัจจัยควรมองให้ครบทุกด้าน เช่น ผู้บริหารต้องรับผิดชอบหลายด้าน แต่ละด้านก็มอบนโยบายให้ครูผู้ดูแลซึ่งครูแต่ละท่านก็มีหน้าที่สอนหนังสือซึ่งไม่มีความรู้เรื่องการจัดอาหาร, การจัดซื้อจัดจ้าง จึงอาจจะเกิดความผิดพลาดไปบ้างก็ต้องดูเจตนาว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ผิดพลาดที่ขั้นตอนไหน

ขณะที่ปัจจุบันต้องยอมรับความเป็นจริงว่าอาหารภายนอกแต่ละมื้อราคาจานละไม่ต่ำกว่า 30 บาท โดยเฉพาะในเมืองใหญ่จานละ 40-50 บาท เมื่อได้รับงบประมาณมื้อละ 20 บาท โรงเรียนต้องหาวิธีที่จะทำให้เพียงพอกับนักเรียน

ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจหลายๆ คน แต่โรงเรียนก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทางราชการ

ทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เผยถึงนโยบายการควบคุมดูแลโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนสังกัดเทศบาล 11 แห่ง ว่า ได้วางระบบโภชนาการให้เป็นมาตรฐานและสารอาหารครบ 5 หมู่ ส่วนเมนูอาหารแต่ละวัน ไม่ซ้ำกัน พร้อมติดรายการอาหารที่โรงอาหารให้ผู้ปกครองรับทราบเพื่อตรวจสอบคุณภาพอาหารได้

บางมื้อเป็นข้าว แกงจืด ผัดหมู ผลไม้ หรืออาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด หรือผัดซีอิ้ว ของหวาน ผลไม้ เป็นต้น

“นอกจากนี้ มีโครงการ อย.น้อย ให้นักเรียนเรียนรู้ และตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ล้างผักอย่างถูกวิธี และปรุงอาหารอย่างถูกหลักอนามัยพร้อมตรวจสุขภาพ วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก ตรวจช่องปาก เพื่อประเมินสุขภาพและการเจริญเติบโต ให้เด็กมีพลานามัยและสติปัญญาที่สมบูรณ์ เพื่อลดช่องว่างและเพิ่มโอกาสเด็กด้อยโอกาส ส่วนใหญ่ครอบครัวมีรายได้น้อยหรือฐานะยากจน ซึ่งผู้บริหารได้ให้ความสำคัญเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียนเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักเรียนพัฒนาศักยภาพตนเองให้สูงขึ้น เป็นช่องทางสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้า ดังนั้น ไม่ควรมีทุจริตเรื่องอาหารกลางวันเด็ดขาด เพราะเป็นการตัดโอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน อีกทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองอีกทางหนึ่ง”

วิชาญ จองรัตนวนิช ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เทศบาลนครเชียงใหม่ ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนสังกัดเทศบาล 11 แห่ง กล่าวว่า เมนูหรือรายการอาหาร ทางโรงเรียนต้องส่งให้สำนักการศึกษา และสำนักสาธารณสุข ตรวจสอบคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการก่อน ตามคู่มือระบบการจัดเมนูอาหารกลางวันหรือไทยสคูลลั้นของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น (สถ.) เนื่องจากได้รับงบอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวัน หัวละ 20 บาท/วัน รวมเป็น 200 วัน/คน/ปี โดยมีระบบสารสนเทศหรือกลุ่มไลน์ให้ผู้บริหารสถานศึกษแจ้งเมนู หรือรายการอาหาร แต่ละโรงเรียนให้มาผู้บริหารรับทราบทุกวัน เพื่อตรวจสอบ ชี้แนะ แก้ไขปรับปรุงเมนูอาหารให้มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งทุกโรงเรียนแข่งขันประกอบเมนูหรือรายการอาหารให้มีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อเป็นประโยชน์แก่นักเรียนมากที่สุด

ถ้าเป็นไปได้อยากให้เพิ่มงบอาหารกลางวันเป็นหัวละ 30 บาท/วัน เพื่อพัฒนาและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ