ทะเลอ่าวไทยระบบนิเวศสมบูรณ์ หลังพบฉลามวาฬขนาดใหญ่หากินต่อเนื่อง เตือนระวังอันตรายฉลามหัวบาตร

วันที่ 12 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อ พ.อ.อ.อนุรักษ์ สิงห์โตอ่อน โพสต์ภาพฉลามวาฬขนาดใหญ่ พร้อมข้อความระบุว่า ก่อนที่จะเจอลมว่าวในช่วงปลายปี ก็จะเจอฉลามวาฬมาทักทายกัยก่อน พบเจออยู่บ่อยๆครับ ฉลามวาฬตัวนี้จะว่ายอยู่ในเส้นทางเหนือแนวปะกังเทียม ระหว่างหลังเกาะจาน ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ไปถึงหลังเกาะเหลือม ต.คลองวาฬ อ.เมือง ครับ

นายวรรณ ชาตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่(ทช.) 4 จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การพบเจอฉลามวาฬขนาดใหญ่หากินในท้องทะเลอ่าวไทยตั้งแต่ อ.บางสะพานน้อยถึง อ.หัวหิน ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เป็นเรื่องปกติ ทช.ได้รับแจ้งจากชาวประมงพื้นบ้านหลายพื้นที่ เนื่องจากระบบนิเวศทางทะเลมีความสมบูรณ์โดเยเฉพาะบริเวณแนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะจาน หลังจากอุทยานแห่งชาติหาดวนกรปิดการท่องเที่ยวนานหลายเดือน รวมทั้งบริเวณเกาะเหลือมพบว่าแหล่งอาหารสำหรับฉลามวาฬมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ขณะที่ปัจจุบันทราบว่ามีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านคั่นกระได อ.อ่าวน้อย อ.เมือง นอกจากมีโครงการทำซั้งกอหรือบ้านปลา ล่าสุดได้ร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้านบ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี เพื่อเก็บขยะทุกชิ้นที่พบในทะเลจ่าจากนั้นจะนำกลับเข้าฝั่งเพื่อป้องกันผลกระทบในระยะยาว

พระครูบุญญาภิราม หรือ “พระอาจารย์แดง” เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเต่า ชุมชนบ้านเขาเต่า เขตเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากพระลูกวัดว่าพบฉลามหัวบาตรหลายตัวขนาดความยาว 2 เมตร เข้ามาหากินใกล้บริเวณชายฝั่งในจุดเดิมที่เคยโพสต์คลิปเตือนนักท่องเที่ยวเมื่อเดือนเมษายน ปี 2561 หลังจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกฉลามกัดได้รับบาดเจ็บที่หาดทรายน้อย

ล่าสุดได้แจ้งให้ผู้บริหารเทศบาลหัวหินทราบเพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าของโรงแรม รีสอร์ท ในบริเวณใกล้เคียงแจ้งนักท่องเที่ยวให้ระมัดระมัดระวังหากลงเล่นน้ำทะเล รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่สำรวจจุดที่มีการวางอวนกั้นฉลามว่าปัจจุบีนยังอยู่ในสภาพใช้การได้ดีหรือไม่ ทั้งนี้การเตือนของอาตมา เจตนาไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้ทำลายการท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันฉลามก็มีผลกระทบจากการไล่ล่า เพราะปัจจุบันกฎหมายยังไม่มีข้อห้ามในการจับฉลามหัวบาตร

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนรุทธ์ ประจำวันที่ 12 ก.ย. 62
บทความถัดไปร้องกองปราบถูกเจ้าของเต้นท์อ้างเป็นตร.เชิดรถไปขายต่อ สูญกว่า 30 ล้านบาท