สรุปชบาแก้วต้องกินนมจากช้างอีก 3 ปี กรมอุทยานรีบหาแม่รับ คาด 7 วันรู้ผล

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ติดตามการดูแลชบาแก้ว พร้อมร่วมประชุมกับทีมดูแล และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือลูกช้างป่า ชบาแก้ว สรุปจำเป็นต้องหาช้างแม่รับมาให้ชบาแก้วอีกครั้ง

วันที่ 10 ต.ค. เวลา 09.00 น. นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านขามเปี้ย ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ดูแลช้างชบาแก้ว และประชุมแนวทางในการบริหารจัดการการดูแลลูกช้างป่า “ชบาแก้ว” ร่วมกับนายธนโรจน์ โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 นายสัตวแพทย์สิทธิเดช มหาสสาวังกุล ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ นายพิทักษ์ ยิ่งยง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว เขาชมพู่ จ.ชลบุรี ทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานฯ และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 ตลอดจนนายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวพร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากใช้เวลาประชุมปรึกษาหารือกว่า 2 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปคือต้องหาช้างแม่รับให้กับ “ชบาแก้ว”เพื่อจะได้กินนมจากแม่ช้างจริงๆ จนกว่าจะอายุครบอย่างน้อย 3 ปีและจะนำกลับมาเข้าสู่ขบวนการผลักดันเข้าโขลงช้างป่าอีกครั้ง

นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการติดตามเรื่องการดูแล “ชบาแก้ว” ว่าเราจะมีหลังจากที่ได้รับนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปะอาชา ให้ดูแล “ชบาแก้ว” ให้ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้กระแสสังคมก็ให้ความสำคัญ รายงานจากผลการตรวจเลือด ทั้งเลือดแดงเซลล์เม็ดเลือดแดงและก็เลือดขาว ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมด รวมถึงเรื่องของโปรตีนก็อยู่ในเกณฑ์ตามปกติเช่นเดียวกัน สุขภาพสมบูรณ์ดี แนวทางที่ได้มอบนโยบายและจากการประชุมวันนี้ ก็คือการดูแลเรื่องสุขภาพและก็เรื่องของการจัดการการตัดสินใจในเรื่องการดูแล “ชบาแก้ว” อย่างไร มติในที่ประชุม สิ่งที่จะดีที่สุดก็คือในช่วงนี้ของ “ชบาแก้ว” ก็คือการได้รับนมจากแม่ ซึ่งจะทำให้สุขภาพเขาแข็งแรง กระดูกแข็งแรง คือต้องมีนมแม่เข้ามาเป็นตัวหลักเลย ดังนั้นในการตัดสินใจวันนี้ก็คือเราจะต้องหาช้างแม่รับอีกครั้ง ซึ่งมีอยู่ 2 ทางเลือก คือ 1.นำช้างแม่รับมาเลี้ยงชบาแก้วที่เขตรักษาพันสัตว์ป่าภูวัวแห่งนี้ และ 2.นำ“ชบาแก้ว”ไปเลี้ยงอยู่กับช้างแม่รับ

ซึ่งสํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีนโยบายที่จะดูแลช้าง “ชบาแก้ว” ไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว แต่การที่จะให้ “ชบาแก้ว” มีสุขภาพดีจำเป็นต้องได้รับนมจากแม่ช้างจริงๆ ซึ่งขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่มีช้างที่มีลูกอ่อน เพื่อนำมาเป็นแม่รับให้กับช้าง “ชบาแก้ว” ซึ่งเราจะต้องทำให้เร็วที่สุด ซึ่งไม่น่าจะเกิน 1 สัปดาห์ก็น่าจะได้คำตอบว่าเราจะได้ ช้างแม่รับจากที่ไหน

ส่วนในเรื่องนม อาหารเสริมต่างๆ ขณะนี้ทีมหมอที่ดูแลสุขภาพของ“ชบาแก้ว”ก็จะได้จัดเป็นเมนูสำหรับเป็นอาหารเสริม ในช่วงแรกเลยเราจะเสริมเรื่องแคลเซียมและวิตามิน และก็หลังจากที่เขาต้องการอาหารเสริมตัวอื่น เดี๋ยวเราก็จะเป็นเมนูแล้วก็มีเจ้าหน้าที่จัดเตรียมเรื่องอาหารให้ตรงตามหลักโภชนาการ เรื่องอาหารของช้างมีเพียงพอไม่มีปัญหา ขอฝากทุกท่านนะครับที่เป็นห่วงกังวลก็ขอให้ท่านสบายใจ ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะดูแล “ชบาแก้ว” ให้ดีที่สุด

บทความก่อนหน้านี้เชิดชู 2 หญิง รางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราฯ บุกเบิกยกระดับการพยาบาล-ระบบบริการสุขภาพ
บทความถัดไป‘มนัญญา’ ทำกายภาพบำบัด จ่อลงพื้นที่พัทลุงพรุ่งนี้ บอก ‘สตรีรุ่นนี้​ ไม่หนีอะไรอยู่แล้ว’