สบส.เร่งหาข้อเท็จจริง ‘แพทย์ รพ.เอกชน’ วินิจฉัยโรคผิดเป็นเหตุให้วิศวกรดับ คาดรู้ผล 15 ต.ค.นี้

จากกรณีที่นางกิ่งกาญจน์ หมื่นหาญ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแพทย์โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านประชาชื่น หลังจากมีการวินิจฉัยโรคผิดพลาดจากโรคหัวใจตีบเป็นโรคกระเพาะ จนเป็นเหตุให้นายศุภชัย อธิภาคย์ ผู้เป็นสามีเสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ สบส.ลงพื้นที่แล้ว คาดว่าจะได้ข้อมูลในเบื้องต้น คือ 1.ประวัติการรักษาของผู้ป่วยที่ได้เข้ารับการรักษาโรคในเวลานั้น 2.อาการของผู้ป่วยในขณะนั้นว่ามีอาการอย่างไร แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้

ในส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า โรงพยาบาลอ้างว่าจะต้องใช้เวลาดำเนินการในการขอประวัติผู้ป่วยนานถึง 7 วันนั้น นพ.อาคมกล่าวว่า ตามหลักการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยและผู้เกี่ยวข้องสามารถขอคัดลอกประวัติการรักษาพยาบาลได้เลย โดยเป็นสิทธิของผู้ป่วยอย่างชอบธรรม โรงพยาบาลไม่สามารถปฏิเสธการขอคัดลอกสำเนาการรักษาพยาบาลได้ ส่วนเรื่องของระยะเวลาในการดำเนินการนั้น ไม่ได้มีการระบุทางกฎหมายว่าจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด แต่ยืนยันว่าผู้ป่วยสามารถขอดูประวัติการรักษาได้ตามระเบียบของสถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษา

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดี สบส. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่คาดว่าจะได้ผลสรุปในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ก่อนนำข้อมูลที่ได้เสนอให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณา และส่งเรื่องให้แพทยสภาตรวจสอบว่าการตรวจวินิจฉัยโรคของแพทย์นั้นถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

“ซึ่งหากผลการพิจารณาพบว่าการแพทย์ให้บริการไม่เป็นตามมาตรฐาน จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 34 (2) ฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพของตน ผู้ดำเนินการต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของแพทย์นั้น แพทยสภาจะดำเนินการด้านจริยธรรมต่อไป” นพ.ธเรศกล่าว และว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปหรือตัดประเด็นใดได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการดำเนินการข้อมูล แต่จะเร่งหาข้อสรุปให้ชัดเจนอย่างรวดเร็วที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon