‘อนุทิน’ ยัน สธ.ยึดสุขภาพประชาชน โยนกษ.หาสารทดแทนไม่อันตราย ระบุรัฐบาลทำตามกม.ไทย หลังสถานทูตสหรัฐค้านแบนไกลโฟเซต

24.10.19 | 11:04 น.

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติยกเลิกการผลิต นำเข้า จำหน่าย และการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ขณะที่ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาส่งหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เพื่อขอไม่ให้ไทยยกเลิกสารไกลโฟเซต เนื่องจากระบุว่ายังหาสารทดแทนอื่นไม่ได้นั้น ว่า เราใช้กฎหมายไทย โดยคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยส่วนนี้คือคำตอบ ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติออกมาแล้วจะต้องทำตามมติดังกล่าว เมื่อมติบอกให้แบน แล้วคนอื่นจะมาบอกไม่ให้แบน จะมาใหญ่กว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้อย่างไร เพราะเขาทำภายใต้กฎหมาย นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนจะต้องส่งหนังสือชี้แจงกลับไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ก็แล้วแต่ เพราะหนังสือไม่ได้ส่งมาที่ตน แต่ขอย้ำว่า สธ. ดูแลในเรื่องสุขภาพของประชาชน ดังนั้น อะไรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สธ.จะสนับสนุนไม่ได้ ส่วนเรื่องการหาสารทดแทน ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ สธ. เพราะเรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่จะต้องหาวิธี เช่น กษ. เขาย่อมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหาสารทดแทน ตนก็ไม่ได้คุย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยการกระเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ว่ามีตัวไหนมาทดแทนได้บ้าง เพราะต่างคนต่างทำงาน ซึ่งที่ กษ.จะทำอะไรเขาก็มีรัฐมนตรีว่าการ กษ. คอยกำหนดนโยบาย ซึ่งรัฐมนตรีช่วย กษ.จะกำหนดเองไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนและสุขภาพของคนนั้นหาอะไรมาทดแทนไม่ได้ และหวังว่าสารทดแทนตัวใหม่ จะไม่มีผลที่ร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน เพราะถ้ามีผลร้ายแรง สธ.ก็จะต้องสั่งแบนอีก ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองระบุว่าจะฟ้องศาลปกครองให้มีการคุ้มครองชั่วคราวมติยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายในภาคเกษตร ข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากสารเคมีอันตรายในภาคเกษตร และยื่นถอดถอนมติกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นต้นเหตุให้มียกเลิกสารเหล่านี้ เพราะใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ และจะฟ้อง รมว.สธ. ปลัด สธ. คณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เสนอข้อมูลนี้ รวมถึงเอ็นจีโอที่มีการนำเสนอข้อมูลเท็จด้วย ว่า ก็เห็นจากข่าวเช่นกัน ว่า สธ.จะฟ้องกลับ แต่เชื่อว่าคงไม่ฟ้อง แล้วจะเท้าความทำไม เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่อาจจะถูกดูถูก ดูแคลนก็ว่าไม่ได้ แต่ถ้าจะเอ่ยถึง สธ. แล้วคงไม่มีการฟ้องร้องกลับแต่อย่างใด เพราะสธ.ก็ต้องพยายามชี้แจงก่อน และถ้าเป็นการแอบอ้างของ สธ. ก็อย่าไปเชื่อว่า แต่เรื่องแค่นี้คงไม่ถึงขั้นฟ้องร้อง เพราะไม่ได้มีความเกลียดชัง แต่เป็นเรื่องส่วนบุคคล โดยทุกอย่างต่างคนต่างทำหน้าที่ เพียงแต่ต้องยึดหลักวิชาการ สุขภาพ อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีประชาชนเป็นตัวตั้ง ฉะนั้น หากจะมีการฟ้องศาลปกครองชั่วคราวเพื่อถอดมติแบนสารเคมี จะต้องไปดูว่าจะมีการคุ้มครองฉุกเฉินหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่คำวินิจฉัยของศาลปกครอง เมื่อถามถึงกรณีเกษตรกรอาจได้รับผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น หากมีการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องมาว่ากัน เพราะตอนที่ไม่แบนก็ถามว่าทำไมไม่แบน หาว่าไปรับเงินใครมาหรืออะไรมายัดปากหรือไม่ พอแบนให้ก็จะมีปัญหาอื่นตามมา แต่จะต้องดูว่าอะไรเสียหายร้ายแรงกว่ากัน ตนมั่นใจ กษ. ว่าจะมีมาตรการทดแทนช่วยเหลือ และหากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ต้องนำไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการแบนสารเคมีพิษทั้ง 3 ชนิด แล้วรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ก็เป็นเรื่องต้องมีการหารือกันต่อไป