ปลัดสธ.สั่ง รพ.ในสังกัดทั่วปท.เข้มเหตุวิวาท เอาผิด ม.360, 364 และ 365 สูงสุดจำคุกไม่เกิน5ปี

หลังเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาล (รพ.) อ่างทอง จ.อ่างทอง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่สถานที่ดังกล่าวมีการออกกฎระเบียบห้ามเข้าไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทและมีการควบคุมดูแลอย่างเคร่งครัดนั้น 

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นพ.สุขุม กาญจพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันลอยกระทง วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ หลายพื้นที่ได้จัดงานตามประเพณี และการที่มีผู้คนมาอยู่รวมกันจำนวนมากอาจเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทตามมาได้ จึงกำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดที่อยู่ใกล้สถานที่จัดงานลอยกระทง เตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุ หรือเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล โดยให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมรักษาความปลอดภัย หากมีผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทเข้ามารักษา ให้กันญาติออกจากห้องฉุกเฉิน หรือหากมีประตูนิรภัยให้ปิดล็อกประตูทันที พร้อมประสานตำรวจคุมเข้มไม่ต้องรอให้เกิดเรื่อง

ทั้งนี้ นพ.สุขุม กล่าวว่า โรงพยาบาลในสังกัด สธ.ทุกแห่ง ได้มีมาตรการความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ดังนี้ 1.ทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวน ฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ 2.จัดระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง 3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ จำกัดการเข้าออก 4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง 5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล 6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 7.จัดหาสัญญาณเตือนภัย หรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆ ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ยังพบการก่อความรุนแรงในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อลดความรุนแรง เพิ่มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่และผู้ที่มารับบริการ หากเกิดกรณีความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินในโรงพยาบาล ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทันที ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษขั้นเด็ดขาดตาม ม.360 ม.364 และ ม.365  มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี

“แม้เราจะมีมาตรการป้องกัน แต่คงป้องกันไม่ได้ทั้งหมด ต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งญาติผู้ป่วย ร่วมป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ขอให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงสำหรับทุกคน และที่สำคัญคือ จิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้ที่ตั้งใจเข้ามาก่อเหตุและขอความร่วมมือสื่อ สื่อสังคมออนไลน์ให้เสนอผลลัพธ์การลงโทษ แทนการเสนอพฤติกรรมเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง” นพ. สุขุม กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ยูธโอลิมปิก ฤดูหนาว 2020 จัดกิจกรรมเอาใจคนรุ่นใหม่
บทความถัดไป“ตรัง”โดนฝนกระหน่ำหนัก สำนักงานป้องกันฯสั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม-น้ำป่า