กัญชาเศรษฐกิจ ผลิตโดยถูกกฎหมาย ทำอย่างไร โดย วิโรจน์ พูนสุวรรณ คอลัมน์ กฎหมายธุรกิจ

22.11.19 | 20:23 น.

กัญชาทางการแพทย์ แผนปัจจุบันที่ไม่ใช่การแพทย์แผนไทย ประชาชนทั่วไปจะปลูกและผลิตได้ต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเท่านั้น และขายให้กับ ผู้มีใบอนุญาตผลิตกัญชา ซึ่งปัจจุบัน จำกัดอยู่เพียง หน่วยงานของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐ และโรงพยาบาลของรัฐบางแห่งเท่านั้น โดยในใบอนุญาตผลิต ต้องระบุชื่อของวิสาหกิจชุมชุมผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยไว้ด้วย ตลอดจนสถานที่ปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ จำนวนเนื้อที่ดินที่ใช้และจำนวนต้นที่จะปลูก ปริมาณสารสกัดจากกัญชาที่ผลิต เป็นโควต้าจำกัด แต่ละปี ที่จะใช้ในการศึกษาวิจัยและรักษาผู้ป่วย เพื่อป้องกันการรั่วไหล

หากแตกต่างไปจากนี้แล้ว กัญชายังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ หากวิสาหกิจชุมชนนำกัญชาที่ปลูกร่วมกับมหาวิทยาลัยของรัฐ ไปขายให้กับบริษัทที่เป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย แบบเดินหน้าทำธุรกิจค้ากำไรเต็มที่ กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกกฎหมายก็จะกลายเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายในทันที เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์

ส่วนกัญชาที่จะนำไปใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว ต้องพักเอาไว้ก่อน ยังไม่สามารถทำได้ และไม่น่าจะทำได้ไปอีกนาน

มหาวิทยาลัยรัฐเป็นศูนย์กลาง

มหาวิทยาลัยรัฐเป็นศูนย์กลางของการศึกษาวิจัยตามพ.ร.บ.กัญชา ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หรือมหาวิทยาลัยเอกชนก็ต้องพึ่งใบบุญของมหาวิทยาลัยรัฐในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับกัญชาทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยรัฐจึงเนื้อหอมเป็นพิเศษ เป็นที่หมายปอง เป็นเสมือนประตูให้ภาคเอกชนเปิดเข้าสู่โลกแห่งกัญชาถูกกฎหมาย

Advertisement

การศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยรัฐ ก็ไม่จำกัดแต่เพียงกัญชาทางการแพทย์ จะมีวัตถุประสงค์วิจัยเพื่อการเกษตร หรือเพื่อวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปก็ได้ ขอบข่ายที่กฎหมายอนุญาตให้มหาวิทยาลัยของรัฐทำศึกษาวิจัยนั้นกว้างขวางอยู่

ผู้ขอใบอนุญาตผลิตกัญชา ที่ดำเนินการร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ก็มักจะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐเช่นกัน โดยมหาวิทยาลัยรัฐเป็นผู้ดำเนินเรื่องขอใบอนุญาตผลิต ในนามของมหาวิทยาลัยเอง โดยระบุชื่อผู้ขออนุญาตร่วมกับวิสาหกิจชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่ง

มหาวิทยาลัยของรัฐขอใบอนุญาติผลิตกัญชาตามลำพังโดยตนเองได้ แต่วิสาหกิจชุมชุม จะดำเนินการขออนุญาตเองโดยไม่พึ่งมหาวิทยาลัยรัฐไม่ได้

ธุรกิจกัญชาชาวบ้านผ่านวิสาหกิจชุมชน

วิสาหกิจชุมชุมขายกัญชาหารายได้เข้าชุมชนได้ แต่ต้องขายให้มหาวิทยาลัยรัฐ หรือโรงพยาบาลรัฐ ที่ตนเข้าร่วมโครงการวิจัยและมีชื่อคู่วิสาหกิจชุมชุมในใบอนุญาตผลิตกัญชา เท่านั้น ห้ามเซ็นสัญญาขายให้บริษัทเอกชน

วิสาหากิจชุมชนก็มีทั้งที่เป็นนิติบุคคล และไม่ใช่นิติบุคคล แต่ต้องจดทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสมอ

ชาวบ้านที่จะจัดตั้งรัฐวิสาหกิจชุมชนได้ก็จะต้องรวมตัวกันตั้งแต่เจ็ดครอบครัวขึ้นไป ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้ดูแล เหมือนกับวิสาหกิจชุมชุมเพื่อการเกษตรอื่น และคล้ายกับวิสาหกิจชุมชนที่ทำสินค้าโอท็อป

เพียงแต่วิสาหกิจชุมชนที่ปลูกกัญชาทางการแพทย์ จะกระทำการเองโดยลำพังไม่ได้ ต้องเซ็นสัญญาร่วมกับมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือโรงพยาบาลของรัฐ ตามที่พ.ร.บ.กัญชากำหนดไว้

จริงๆสหกรณ์การเกษตร ก็มีสิทธิตามพ.ร.บ.กัญชาเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม

บริษัทเอกชนร่วมทุนกับวิสาหกิจชุมชนไม่ได้

อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ตามกฎหมาย ในเรื่องที่เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันเป็นการทั่วไป

ถ้าจำกัดวงอยู่แค่การถกเถียงไม่เป็นไร แต่อย่าลงมือทำ เพราะถ้าลงมือทำ แล้วไปขัดกับการตีความกฎหมายของทางการที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายเข้า ท่านก็อาจเดือดร้อนได้ ทางที่ดีหากมีข้อสงสัย ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติตามแผนธุรกิจ คุยกับหน่วยงานทางราชการให้กระจ่างก่อนก็ดี ขอคำวินิจฉัยเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ยิ่งเป็นประโยชน์ เพื่อยืนยันกับหน่วยงานราชการอื่นที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน และประสงค์จะบังคับใช้กฎหมายเป็นโทษแก่ท่านได้

บริษัทเอกชนจำนวนมากสนใจที่จะจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อสานฝันให้กัญชาทางการแพทย์สร้างรายได้ให้แก่บริษัทอย่างเป็นกอบเป็นกำ เหมือนธุรกิจทั่วไป ข้อนี้จะไปขัดกับพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ที่สงวนสิทธิ์การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนไว้ให้ชาวบ้านเท่านั้น ซึ่งจะเป็นชาวบ้านในกรุงเทพมหานครเอง หรือต่างจังหวัดก็ได้ แต่จะเป็นบริษัทไปร่วมจัดตั้งด้วยไม่ได้

หรือบริษัทจะไปทำสัญญาร่วมทุน หรือบันทึกความเข้าใจกับวิสาหกิจชุมชน เพื่อแบ่งกำไรจากการขายกัญชาทางการแพทย์กันก็ยังติดขัดอยู่ทั้งในแง่ของพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และในมุมมองของพ.ร.บ.กัญชาเอง

มหาวิทยาลัยเอกชนร่วมกับมหาวิทยาลัยรัฐทำได้

ยิ่งให้บริษัทเอกชนไปทำบันทึกความเข้าใจร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อแบ่งรายได้กันยิ่งทำไม่ได้ใหญ่ เพราะกฎหมายอนุญาตให้มหาวิทยาลัยของรัฐศึกษาวิจัยกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่ได้อนุญาตให้มหาวิทยาลัยของรัฐทำการค้าที่เกี่ยวกับกัญชา

แต่ถ้ามหาวิทยาลัยเอกชนจะร่วมโครงการวิจัยกับมหาวิทยาลัยรัฐอย่างนี้ได้ พ.ร.บ.กัญชา บัญญัติอนุญาตเอาไว้ชัด แต่ต้องจำกัดวงไว้แค่นี้หากจะมีรายได้เกิดขึ้นเป็นธุรกิจระหว่างกัน ก็ไม่น่าจะเกินบทบัญญัติของกฎหมาย และหากจะขายน้ำมันกัญชาให้แก่คนไข้ด้วย เพื่อลดค่าใช้จ่าย และหากำไรบ้างตามสมควร ก็น่าจะยังอยู่ภายใต้อำนาจของใบอนุญาตผลิตอยู่ ดีเสียอีกจะได้ลดความขาดแคลนน้ำมันกัญชาในประเทศ และท่านอย่าลืมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อน

แต่หากถึงขั้นให้บริษัทเอกชนเข้าร่วมวงธุรกิจด้วย เข้าร่วมลงทุนตั้งห้องแล็บให้ท่าน ซื้อเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้ สร้างกรีนเฮ้าส์ หรือโรงงานผลิตน้ำมันกัญชาอันทันสมัย เหมือนการร่วมทุนทั่วไป น่าจะยังทำไม่ได้

สารบริสุทธิ์กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติด

กฎหมายกัญชาก็ไม่ได้ห้ามไปเสียทั้งหมด แต่กลับผ่อนปรนมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา หรือกัญชง ยังต้องระมัดระวัง ตรวจสอบกฎหมายกับหน่วยงานต่างๆของทางราชการ ทุกขั้นตอน เพราะสารอย่างเดียวกัน หากใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือข้ามขั้นตอน ก็อาจเปลี่ยนสภาพจากสารเคมีถูกกฎหมายที่ไม่ใช่ยาเสพติด กลายเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายไปได้ โดยที่ท่านรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ปัจจุบัน สารสกัดจากกัญชง ซีบีดีบริสุทธิ์ 99% ที่มีผลในการรักษาโรค และมีสารทีเอชซีซึ่งมีผลต่อจิตใจปนอยู่ไม่เกิน 0.01% โดยน้ำหนัก ก็ถูกปลดออกจากบัญชีรายชื่อยาเสพติดแล้ว ทำให้สารบริสุทธิ์ดังกล่าว ไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไป สิ้นผลจากการเป็นยาเสพติด กลายสภาพมาเป็นสารเคมีทั่วไป และสามารถนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อเป็นสารมาตรฐานเพื่อใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ได้ แต่ท่านยังต้องระมัดระวัง ถือเป็นสารเคมีทั่วไปที่มีลักษณะพิเศษอยู่ ห้ามนำเข้าโดยพลการ และห้ามนำเข้าเพื่อจุดมุ่งหมายอื่น

โดยท่านต้องขอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการอาหารและยาก่อนเป็นลายลักณ์อักษรเป็นรายๆไป ว่าสารที่ท่านจะนำเข้าไม่ใช่ยาเสพติดแน่ๆ จึงจะนำ เข้าได้ หากท่านนำเข้าเองอย่างมั่นใจ ข้ามขั้นตอน ผลีผลาม ก็อาจถูกจับที่ด่านศุลกากรในฐานนำเข้ายาเสพติดผิดกฎหมายได้

บริษัทเอกชนผลิตยากัญชา—กฎกระทรวงใกล้จะออก

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ล่าสุดของพ.ร.บ.กัญชา จะอยู่ในรูปของร่างกฎกระทรวง มีรายละเอียด เพื่อให้บริษัทเอกชน ผลิตยาจากกัญชาได้ เป็นการอนุญาตให้บริษัทผลิตกัญชาทางการแพทย์ในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ทั้งอนุญาตให้ผลิตเพื่อขาย ยากัญชาในประเทศ และเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ร่างกฎกระทรวงนี้ หน่วยงานรัฐกำลังตรวจสอบร่างอยู่ คาดว่าน่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติและประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในไตรมาสแรกของปี 2563

วิโรจน์ พูนสุวรรณ เป็นที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส และหัวหน้าโครงการพิเศษ สำนักกฎหมายบลูเมนทอล ริชเตอร์ แอนด์สุเมธ ติดต่อได้ที่ [email protected]