กรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยธ.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานคณะกรรมการ เพื่อศึกษาปลดล็อกใบกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติด หลังผลวิจัยพบว่าพืชกระท่อมมีประโยชน์ทั้งแก้ปวด แก้ไข้ แก้บิด และแก้ท้องเสียได้
อีกทั้งนักวิจัยไทยศึกษาร่วมกับนักวิจัยญี่ปุ่นแล้วไปจดลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น 2 ฉบับ อเมริกา 2 ฉบับ นักวิจัยญี่ปุ่นได้จดสิทธิบัตรในส่วนของสารอนุพันธ์ Alkaloid (อัลคาลอยด์) ในใบกระท่อม เป็นสารที่ช่วยในการระงับอาการปวด รักษาอาการอ่อนเพลีย ระบบทางเดินอาหาร นับว่าเป็นสารที่ดีที่สุดในใบกระท่อมที่ช่วยในการแก้อาการเหล่านี้ ประกอบกับองค์การสหประชาชาติไม่ได้กำหนดใบกระท่อมเป็นยาเสพติด และในหลายประเทศสามารถซื้อขายกันได้อย่างถูกกฎหมาย รวมทั้งมีการส่งออก พร้อมยืนยันว่าต้องทำให้สำเร็จนั้น
นพ.ประเสริฐ มงคลศิริ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองฉาง จ.อุทัยธานี กล่าวว่า คล้ายๆ กับเรื่องกัญชา ในทางพื้นบ้านดั้งเดิมของคนไทยมีการใช้กัญชา กระท่อมและกัญชง รักษาโรคเหมือนยาประจำบ้านอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องพืชใบกระท่อมก็เหมือนกับเป็นชีวิตประจำวันของคนภาคใต้ เวลาจะไปกรีดยางนั้น จะกรีดยางกันตอนกลางคืนจะเด็ดใบกระท่อมมา 1 ใบ แล้วก็เคี้ยว แล้วก็ไปกรีดยาง อยู่ได้ทั้งคืนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่เจ็บไม่ปวดอะไร ส่วนผสมของพืชกระท่อมนั้นมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถามว่ามีเรื่อง ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทในเรื่องของทำให้เกิดอาการติดได้ไหมนั้น ถ้าเสพทุกวันในจำนวน มากๆ ปีหนึ่งเสพเกินกว่า 200-300 ครั้ง ก็ทำให้ติดได้มีสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
“เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะปลดล็อก ผมยังยืนยันเหมือนกับกัญชาและกัญชงว่านำมาใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะควบคุมไม่ได้เลย จะเสพกันทั้งวันทั้งคืนมีผลเสียมากกว่า และไม่รู้ว่าความเข้มข้นของการปลดล็อกของกระทรวงยุติธรรมนั้นไปแค่ไหน ในเรื่องของประโยชน์และโทษของกระท่อมนั้น ถ้าใช้ถูกก็จะให้ประโยชน์มากกว่าเหมือนกับกัญชา
ถ้าเรารู้จักมันดีจริงๆ แล้วเอาประโยชน์มาใช้ทางการแพทย์มันจะมีประโยชน์มากๆ ใบกระท่อมนั้นมีสารตัวหนึ่งที่คล้ายๆ กับยาบ้าที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือเหล้าแห้งเข้าไปกระตุ้น เพราะฉะนั้นเวลาที่เคี้ยวใบกระท่อม ก่อนออกไปทำงาน ความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย จะไม่มีเลย ไม่กลัวแดด ไม่กลัวร้อน เหมือนยาขยัน ถ้าเราเสพในจำนวนที่พอเหมาะ”
นพ.ประเสริฐกล่าวอีกว่า เรื่องของผลเสียก็คือถ้าเสพมากเกินไปนอกจากมีฤทธิ์กระตุ้นต่อจิตประสาททำให้ติด เกิดอาการต่อระบบทางเดินอาหาร เสพมากๆ ทำท้องผูก เกิดลำไส้อุดตันได้ บางคนเคี้ยวใบทั้งก้าน โดยที่ก้านไม่สามารถย่อยได้ ทำให้ไปสะสมอยู่ในลำไส้เกิดอุดตันได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้จักมันดีใช้ประโยชน์จากมันได้ กระท่อมก็จะให้ประโยชน์มากกว่าโทษ
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือมีการใช้ในทางที่ผิด กลุ่มวัยรุ่นแถบภาคใต้นำใบกระท่อมไปผสมกับยาแก้ไอหรือ “สี่คูณร้อย” จะมียาเสพติดหลายตัวผสมกัน
“ขณะนี้ต่างประเทศได้จดสิทธิบัตรนำกระท่อมไปทำเป็นยารักษาโรคแล้ว ใช้ชื่อว่ากระท่อม เป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Kratom’ ใบกระท่อมนั้นมีมากในย่านปทุมธานีและภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่เปรียบเหมือนต้นไม้พื้นเมือง เพราะมันขึ้นเองตามในป่า ปลูกง่ายเหมือนกัญชา ในส่วนของประโยชน์ที่นำมาใช้ในทางการแพทย์นั้นจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ไม่ว่าจะปวดอวัยวะอะไรหรือที่เรียกว่ามีฤทธิ์แก้ปวด ทำให้ประสาทตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่พบว่าใบกระท่อมนั้นสามารถนำไปรักษาได้ พบเพียง 1 โรคก็คือใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ไปช่วยกระตุ้นสมองทำให้ร่าเริง หากนำมาใช้ในขนาดที่เหมาะสมคนไข้ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการติด ในกลุ่มของโรคมะเร็งหรือโรคอื่นๆ นั้น ยังไม่สามารถนำกระท่อมไปรักษาได้ เพราะเป็นสารคนละตัวกับสารของใบกระท่อม”
นพ.ประเสริฐกล่าวอีกว่า การจดสิทธิบัตรที่ต่างประเทศได้มีการนำกระท่อมซึ่งถือเป็นพืชของไทยไปต่อยอดจดสิทธิบัตรแล้วนั้น ในความคิดของตนมองว่าก็เหมือนกับกัญชาและกัญชงที่ไทยเรามัวยึดว่าต้องมีผลการวิจัย ต่างประเทศวิจัยออกมาแล้ว แต่ประเทศไทยต้องมาทำวิจัยกันใหม่ ศึกษาค้นคว้ากันใหม่ ยังยืนยันว่าถ้าควบคุมนำมาใช้ทางการแพทย์และให้ความรู้กับประชาชนให้เขาใช้ให้เป็นรู้จักวิธีการใช้ ประชาชนสามารถเข้าถึงกัญชา กัญชง กระท่อม ได้ด้วยตัวเอง ปลูกเองสกัดใช้เองหรือนำใบสดมาต้ม มาบด มาคั้นใช้ได้เอง คิดว่าตรงนี้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถใช้ได้เลย
ขณะที่ “สุนทร รักษ์รงค์” นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมัชชาพืชกระท่อมแห่งชาติ และเพจ “รักษ์กระท่อม” กล่าวว่า พืชกระท่อมจัดเป็นพืชเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามความใน พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษ สิ่งเสพติดในประเภท 5 ได้แก่ พืชกัญชา และพืชกระท่อม
“ในภาคใต้ กระท่อมเป็นพืชทางวัฒนธรรม สมัยก่อนมีทุกบ้าน ใส่ถาดวางพร้อมหมากพลู กินฟรีไม่มีซื้อขายอย่างทุกวันนี้ ลอกก้านออกแล้วรูดท่อม เคี้ยวพร้อมกาแฟและน้ำร้อนที่เรียกว่า หวนท่อม กระท่อมเป็นพืชสมุนไพร มีสรรพคุณทางยา เป็นยาแก้ไอ แก้ท้องเสีย ลดความดัน ลดเบาหวาน ทำงานขยันและสู้แดดได้อย่างอดทน ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องดื่มพลังงานหรือสิ่งเสพติดอื่น แต่พืชกระท่อมถือเป็นคู่แข่งของเหล้า บุหรี่ และเครื่องดื่มชูกำลัง อาจทำให้นายทุนผูกขาดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่แฮปปี้ รวมทั้งรัฐบาลก็ไม่สามารถเก็บภาษีได้ จึงเป็นที่มาของการจับกุมและปราบปรามมาจนถึงทุกวันนี้
“พืชกระท่อมถูกสร้างมายาคติเรื่อง น้ำกระท่อม หรือ 4 คูณ 100 อย่างผิดๆ ทั้งที่ผลเสียมาจากการผสมยาแก้ไอที่มี โคเดอีน จนพืชกระท่อมกลายเป็นเหมือนปีศาจร้าย ทั้งที่คนกินกระท่อมไม่เคยอาละวาดแล้วไปทำร้ายใคร เหมือนคนเมาเหล้าหรือยาเสพติดอื่นๆ คนกินใบกระท่อมไม่เคยพ่นควันแบบบุหรี่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง แต่กินพืชกระท่อมแล้วขยันทำงานและมีประโยชน์มากกว่าเครื่องดื่มเพิ่มพลังงาน
“อย่างไรก็ตาม การปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด คงเจออุปสรรคอีกมากมาย เพราะคนใช้พืชกระท่อมเป็น กลุ่มผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร ขณะที่เหล้า บุหรี่ และเครื่องดื่มชูกำลังเป็นของนายทุนที่ยึดกุมอำนาจรัฐในการมอมเมาชนชั้นล่าง แต่พืชกระท่อมเป็นของประชาชนที่ไม่เคยมีอำนาจรัฐ และเป็นยาใจคนจนที่ไม่ต้องซื้อหา ถ้าหากปลูกได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้น การต่อสู้เพื่อปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดมาเป็นสมุนไพรควบคุม ก็ไม่ต่างอะไรกับสงครามทางชนชั้นที่ผ่านมา”นายสุนทรกล่าว
สำหรับ จ.ชุมพร เป็น 1 ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มีปฏิบัติการโค่นต้นกระท่อม โดยเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจปีละเป็นหมื่นๆ ต้น เนื่องจากพืชกระท่อมถูกจัดให้เป็นพืชเสพติดที่ หากใครมีเอาไว้ในครอบครองแล้วจะถือว่าผิดกฎหมาย ทั้งที่การกินพืชกระท่อมไม่ได้มีแต่เฉพาะในภาคใต้เท่านั้น แต่ประเทศเพื่อนบ้านในแถบเดียวกันอย่าง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีการกินพืชกระท่อมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
ดังนั้น ในทางปฏิบัติเราจึงเห็นบรรดา ผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร หรือแม้แต่บุคคลในเครื่องแบบบางคนที่ยังกินพืชกระท่อมกันในชีวิตประจำวัน และเป็นที่รู้กันในทางปฏิบัติว่า หากใครมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองเพื่อบริโภค 10-20 ใบ เจ้าหน้าที่จะไม่มีการจับกุมดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ยังมีบุคคลในเครื่องแบบบางคน บางหน่วยงาน ที่ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายในเรื่องพืชกระท่อมเป็นเครื่องมือในการรีดไถชาวบ้านที่มีพืชกระท่อมอยู่ในครอบครองแค่ไม่กี่ใบเท่านั้น คนที่ถูกรีดไถบางคนมีพืชกระท่อมแค่ 5-10 ใบใส่อยู่ในถุงพลาสติกที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง ก็เคยถูกเรียกร้องเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกจับดำเนินคดีใบละ 100-1,000 บาทมาแล้ว
คนที่ถูกจับก็ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากการมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
แม้ว่าจะมีไว้ในครอบครองแค่ใบเดียวก็ตาม

