ทส.เปิดตัว ปฏิบัติการ เซฟเพื่อนมาเรียม
ชูลดพลาสติก กู้วิกฤตทะเล-ชายฝั่ง
‘วราวุธ’ ส่ง ที่ปรึกษาลงพื้นที่ทะเลตรัง เปิดโครงการ “เซฟเพื่อนมาเรียม” จัดการขยะครบวงจร ด้วยโครงการอนุรักษ์ “เขตเล-เสบ้าน” ครอบคลุม ทะเลและชายฝั่ง 27,000 ไร่
วันที่ 23 ธันวาคม 2562 นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นตัวแทนนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส. ลงพื้นที่อ.กันตัง จ.ตรัง เปิดกิจกรรม ปฏิบัติการ Save เพื่อนมาเรียม “รณรงค์ตักขยะทะเล เขตเลเสบ้าน เพื่อตรังยั่งยืน” พร้อมด้วยนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) และนายรัชฏา สุริยกุล ณ อยุธยาอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(สส.) โดยมีนายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการ จ.ตรัง หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้แทนมูลนิธิอันดามัน และกลุ่มประมงพื้นบ้านให้การต้อนรับ
https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/744416285968074/
นายยุทธพล กล่าวว่า นโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาขยะ ถูกชูเป็น 1 ใน 4 นโยบายเร่งด่วนของทส.ภายใต้การนำของนายวราวุธ ศิลปอาชา โดยที่ผ่านมาได้มีความพยายามหลายๆด้าน ทั้งลดการใช้ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การทำงานกับภาคเอกชน เพื่อสร้างการเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค จนสามารถลดอันดับประเทศไทยที่ถูดจัดให้เป็นประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลกอันดับ 6 ลดลงมาอยู่ที่อันดับ 10 ภายในระยะเวลา 4 เดือน และในปีหน้า วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ ทส. ได้ทำข้อตกลง กับ 75 ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ทั่วประเทศ ในการยกเลิกแจกถุงพลาสติกหูหิ้วให้แก่ลูกค้า ตั้งเป้าลดขยะถุงพลาสติกหูหิ้ว 13,500 ล้านชิ้น ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ขยะทะเลของประเทศไทยดีขึ้น
“เราต้องไม่ลืมว่าขยะทะเลกว่า 80% มีที่มาจากกิจกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์บนผืนแผ่นดินทั้งสิ้น ปีที่ผ่านมาเราต้องสูญเสีย มาเรียม พะยูนตัวน้อย ขวัญใจคนทั้งประเทศ รวมถึง กวาง ช้าง นก เต่าทะเล และสัตว์อื่นๆ เพราะขยะพลาสติก วันนี้ถ้าเรายังไม่ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลง ก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะมีเพื่อนมาเรียมอีกกี่ตัวที่ต้องจากเราไป ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องช่วยกันเปลี่ยนพฤติกรรมการสร้างขยะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้”นายยุทธพล กล่าว

โดยกิจกรรม ปฏิบัติการ Saveเพื่อนมาเรียม “รณรงค์ตักขยะทะเล เขตเลเสบ้าน เพื่อตรังยั่งยืน” ในวันนี้ มีพี่น้องประชาชนในจ.ตรัง เข้าร่วมกว่า 600 คน ทำกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง เก็บขยะชายหาด และปล่อยไข่ปูม้า 10 ล้านฟอง ลูกปลากะพง 10,000 ตัว เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศชายฝั่ง


สำหรับสถานการณ์ทะเลตรัง แต่เดิมย้อนไปในปี 2545 ประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมย่ำแย่ ป่าชายเลนและแหล่งทำประมงเสื่อมโทรม ทั้งจากการทำประมงผิดวิธี และปัญหาขยะทะเลที่ไหลลงจากขายฝั่ง ภาครัฐและกลุ่มประชาชนในพื้นที่จึงรวมตัวกัน สร้างเครือข่ายผู้ทำประมง และทำข้อตกลงเลิกใช้ ระเบิด อวนตาถี่ และอุปกรณ์อื่นๆที่ทำลายแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเล และ ลูกปู-ปลา รวมถึงการอนุรักษ์หญ้าทะเล และ การบริหารจัดการขยะครบวงจร ด้วยโครงการอนุรักษ์เขตทะเล 4 หมู่บ้าน หรือ “เขตเล-เสบ้าน” ครอบคลุมพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง 27,000 ไร่ ก่อนจะขยายเป็น 12 หมู่บ้าน ครอบคลุมทะเลตรังทั้งตอนเหนือถึงตอนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบที่นำไปพัฒนาเป็นแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ

