“ไข้หวัดใหญ่” ระบาด หมอเตือนดูแลสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมอุตุวิทยารายงานว่า ช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยจะมีอากาศเย็นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ได้ จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กในโรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก

นพ.อัษฎางค์ กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อจากการไอ จามรดกัน หรือจากการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโรค เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู เป็นต้น อาการของโรคคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ อ่อนเพลีย สามารถหายเองได้ใน 5-7 วัน ดังนั้นหากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง หรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

“ในประเทศไทยมีรายงานพบผู้ป่วยตลอดทั้งปี เพราะเป็นโรคที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 36,976 ราย เสียชีวิต 1 ราย พบมากสุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียนอายุ 0-4 ปี รองลงมาอายุ 10-14 ปี และอายุ 7-9 ปี ส่วนจังหวัดที่อัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ เชียงใหม่ พะเยา หนองคาย กรุงเทพมหานคร และเชียงราย ตามลำดับ ดังนั้น ประชาชนควรดูแลสุขภาพและป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งมีผู้คนแออัด ควรมีการเฝ้าระวังการป่วย และคัดแยกผู้ป่วยออกจากคนที่ปกติ เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย ทั้งนี้ ประเทศไทยได้มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และมีระบบการรักษาที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันโรคและภัยสุขภาพแก่ประชาชน” นพ.อัษฎางค์ กล่าว

สำหรับวิธีป้องกัน นพ.อัษฎางค์ กล่าวว่า ขอให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ ได้แก่ “ปิด” ปิดปากและ ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง “ล้าง” ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได “เลี่ยง” หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย “หยุด” เมื่อป่วย ควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มาก ก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีอาการข้างต้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่สถานพยาบาล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon