กรมน้ำบาดาลเตรียมแผนจัดการภูทอก เอาน้ำ 2.3 หมื่นล้านออกมาใช้ เผย ทดสอบแล้วที่ร้อยเอ็ด ไหลพุ่งดีมาก(คลิป)

กรมน้ำบาดาลเตรียมแผนจัดการภูทอก เอาน้ำ 2.3 หมื่นล้านออกมาใช้ เผย ทดสอบแล้วที่ร้อยเอ็ด ไหลพุ่งดีมาก ชี้ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ได้อยู่เขตดินเหนียว

กรณีที่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ประกาศค้นพบแหล่งน้ำบาดาลแอ่งใหม่ 2 ที่ ในภาคอีสาน และภาคใต้ โดยภาคอีสาน พบ 2 พื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ 8 ล้านไร่ คือ พื้นที่ ภูทอก สกลนคร-อุดรธานี เป็นแหล่งน้ำบาดาลคุณภาพสูง สำรวจพบน้ำบาดาลประมาณ 13,500 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และพื้นที่อุบลราชธานี-นครราชสีมา พบศักยภาพน้ำ 9,500 ล้านลบ.ม. รวม 2 แหล่งจะมีน้ำ 23,000 ล้าน ลบ.ม. และแหล่งน้ำบาดาลในบริเวณอ่าวไทยรูปตัวกอ ถือเป็นแหล่งน้ำจืดแห่งใหม่ที่ประเทศไทยไม่เคยเจอมาก่อน นั้น

ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์

วันที่ 10 มีนาคม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล(ทบ.) กล่าวว่า แหล่งน้ำบาดาลที่บริเวณภูทอก เป็นแหล่งหนึ่งที่มีปริมาณน้ำมหาศาลที่สามารถนำเอาน้ำขึ้นมาใช้ได้ในอนาคตสำหรับให้เกษตรกร ประชาชนทั่วไป และสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยในเวลานี้เจ้าหน้าที่ได้ทดลองเจาะบ่อและนำน้ำมาใช้แล้วในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 5-10 จุด สามารถนำน้ำออกมาใช้ในส่วนราชการต่างๆหลายแห่ง โดยได้น้ำประมาณจุดละ 30 ลบ.ม. ต่อวัน

“เรื่องแหล่งน้ำที่ภูทอกนี้ นักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ศึกษามาในระยะเวลาพอสมควรแล้ว เมื่อศึกษา และสำรวจพบว่าภูทอกเป็นแหล่งศักยภาพน้ำบาดาลจริงๆ จึงมีการทดลองขุดออกมาใช้ โดยบางจุด เช่น ที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยเวลานี้ได้น้ำอยู่ที่ 30 ลบ.ม.แต่เป้าหมายเราอยู่ที่ ประมาณ 1,000 ลบ.ม. โดยนักธรณีวิทยา และวิศวกรของกรม กำลังทำงานในพื้นที่กันอย่างหนัก สำหรับเตรียมการ ทดสอบ และทดลองทุกขั้นตอน เพื่อจัดการนำน้ำจำนวน 23,000 ล้าน ลบ.ม.ออกมาให้ประชาชนใช้”นายศักดิ์ดา กล่าว

เมื่อถามถึงน้ำบาดาลใต้ทะเล ที่บริเวณอ่าวไทยรูปตัวกอ จะเอาน้ำออกมาใช้พร้อมกับ น้ำบาดาลที่ภูทอกเลยหรือไม่ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า เนื่องจากการขุดเจาะน้ำบาดาลจากใต้ทะเลมาใช้นั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังไม่มีงบประมาณสำหรับขุดเจาะในเวลานี้ ที่สำคัญคือ เห็นว่า เวลานี้มีน้ำบาดาลบนบกมากพอที่จะเอาขึ้นมาใช้อยู่ ดังนั้นน้ำบาดาลใต้ทะเล ยังไม่จำเป็นที่สุดที่จะนำมาใช้ในเวลานี้

“วันนี้เรามีน้ำบาดาลอยู่ 30,000 ล้าน ลบ.ม. และสามารถเอามาใช้ได้ทันทีตอนนี้ทั่วประเทศ 1.13 ล้าน ลบ.ม. รวมกับ ในพื้นที่ภูทอก ที่เรากำลังจะเอาออกมาใช้ได้อีกเร็วๆนี้ คิดว่าน่าจะเพียงพอ โดยที่ยังไม่ต้องพึ่งน้ำบาดาลจากใต้ทะเล”นายศักดิ์ดา กล่าว

เมื่อถามว่า การเจาะบ่อบาดาลจากพื้นที่ภูทอกนั้นต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) หรือต้องจัดการอะไรในพื้นที่หรือไม่ นายศักดิ์ดา กล่าวว่า การเจาะบ่อบาดาล ไม่ต้องทำอีไอเอ เพราะไม่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้มีการกำหนดพื้นที่วิกฤต สำหรับการสูบน้ำจากบ่อบาดาลเอาไว้ 8 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และ จ.สมุทรปราการ ที่จะสูบบ้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ไม่เกินวันละ 1.25 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ข้อมูลทางธรณีวิทยาระบุว่าน้ำบาดาลที่อยู่ในพื้นที่ดินชั้นกรวด หิน ทรายสามารถเจาะใช้ได้โดยไม่เกิดผลกระทบทางธรณีวิทยา แต่สำหรับพื้นที่ที่เป็นชั้นดินเหนียว หากมีการเจาะบ่อบาดาล จะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดทางธรณีวิทยาอย่างเคร่งครัด

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ภิระไร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล กล่าวว่า ขณะนี้มีการทดสอบใช้น้ำในพื้นที่ภูทอก บริเวณ จ.ร้อยเอ็ด โดยเจาะบ่อบาดาลขนาด 6 นิ้ว ประมาณ 10 จุด ในพื้นที่ อ.ศรีสมเด็จ และ อ.สุวรรณภูมิ ได้น้ำประมาณ 15-30 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง ส่งไปให้ท้องถิ่นใช้ และท้องถิ่นก็กระจายให้ประชาชนใช้ต่อ ถือเป็นบ่อทดลอง ที่ค่อนข้างได้ผลตอบรับอย่างดี สำหรับการใช้ประโยชน์น้ำบาดาลในแหล่งภูทอกนั้นเนื่องจากเป็นแหล่งน้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งจะเจอ การบริหารจัดการ จะต้องทำออกมาเป็นขั้นตอนเพื่อการกระจายน้ำให้เป็นระบบที่เหมาะสมต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักวิชาการ เตือนคนปลุกกระแสหนุนรัฐประหาร กรุณาเลิกคิด-เลิกทำ
บทความถัดไปคลังเปิดรายละเอียด 14 มาตรการช่วยเหลือโควิด-19 ระยะที่ 1