ไฟป่า ภาคเหนือวิกฤต คพ.รอเมียนมาตอบรับประชุมแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน

ทส.เข้มเร่งแก้วิกฤตไฟป่าเหนือ เฝ้าระวังพิเศษ4จังหวัด เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และพะเยา ประสานผู้ว่าฯคุม เพิ่มเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เสี่ยง ด้านคพ.เผยรอเมียนมาตอบรับประชุมคุมหมอกควันข้ามแดน

 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. พร้อมด้วยนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ร่วมประชุมทางไกลผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน 4 จังหวัดภาคเหนือ

นายจตุพร เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นห่วงและติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการเน้นย้ำให้เร่งระดมสรรพกำลังเพื่อควบคุมและดับไฟ และขอให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะที่นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส.  ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่าหมอกควันด้วยตนเอง พร้อมทั้ง ได้สั่งการให้ดำเนินการเรื่องไฟป่าและหมอกควันอย่างเร่งด่วน ให้มีการติดตามสถานการณ์และรายงานการดำเนินการทุกวัน เน้นการนำเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและสร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และพะเยา เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

จตุพร บุรุษพัฒน์

นายจตุพร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานการจัดการหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด ในภาพรวม จุดความร้อนมีแนวโน้มลดลง ใน จ.เชียงใหม่ มีจุดความร้อนลดลง เหลือ 129 จุด ปัญหาที่พบคือ ไฟคืน ต้องใช้น้ำในการดับไฟจึงจะดับได้สนิท มีการปรับการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ ปัญหาเรื่องมวลชนลดน้อยลง ขณะที่ จ.เชียงราย มีจุดความร้อนและฝุ่นพีเอ็ม2.5 ลดลงเล็กน้อย มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงในอนาคต 3 จุด ได้แก่ ป่าดอยตุง อ.แม่จัน มีหมู่บ้านที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 7 หมู่บ้าน ป่าดอยจระเข้ อ.แม่จัน มี 14 หมู่บ้าน และ ป่าดอยอินทรีย์ อ.เมือง มี 6 หมู่บ้าน สำหรับการดำเนินงานจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำในพื้นที่เสี่ยง ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอรายชื่อเจ้าหน้าที่จำนวน 100 นาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจะมีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมร่วมกับฝ่ายปกครองก่อนลงพื้นที่

นายจตุพร ระบุอีกว่า ส่วน จ.แม่ฮ่องสอน มีแนวโน้มลดลง มีการกำหนดพื้นที่หมู่บ้านเสี่ยงภัยในอนาคต 30 หมู่บ้าน ใน 3 อำเภอ ขณะนี้ได้เร่งออกคำสั่งกำหนดรายชื่อเจ้าหน้าที่ประจำในพื้นที่ ที่ จ.พะเยา พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเจ้าหน้าที่เข้าประจำในพื้นที่เสี่ยง สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ มีจุดลาดตระเวน 177 จุด ร่วมกันกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการพ่นน้ำเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5

ปลัดทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ก็ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางรัฐมนตรี ทส.อย่างเคร่งครัด โดยจะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันเป็นประจำทุกวันในเวลา 10.30 น. และให้สรุปรายงานของแต่ละจังหวัดภายในเวลา 11.00 น. เป็นประจำทุกวัน เน้นย้ำเรื่องการประชาสัมพันธ์ การสร้างความรู้ความเข้าใจ ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อป้องกันความสับสน การปฏิบัติงานในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับเจ้าหน้าที่ หน้ากาก ถุงมือ อาหาร เวชภัณฑ์ ยุทธภัณฑ์ ต้องพร้อม ซึ่งทส.มีความพร้อมในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว สำหรับในส่วนที่เอกชนและประชาชนบริจาคเข้ามาสนับสนุน ทางทส.ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนได้ตระหนักถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้

ด้านนายประลอง กล่าวเสริมว่า ในวันนี้มีพื้นที่ที่ฝุ่นละอองพีเอ็ม2.5 อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) รวม 7 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.แม่ฮ่องสอน จ.แพร่ จ.น่าน และ จ.พะเยา ซึ่งค่าฝุ่นสูงสุดที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 257 มคก./ลบ.ม. ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงชายแดน เพราะยังคงได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน

ประลอง ดำรงค์ไทย

“สำหรับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ทส. ได้ประสานงานกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียนอย่างใกล้ชิด และขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดวันประชุมหารือผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ระหว่างกรมควบคุมมลพิษ ประเทศไทย และเมียนมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอยืนยันกำหนดวันประชุมจากฝ่ายเมียนมา” นายประลอง กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดไทม์ไลน์ “2 ผู้ป่วย” ก่อนดับเพราะ “โควิด-19”
บทความถัดไปเจ้าของคลินิกร้องตำรวจถูกเมียอดีตพระเอกดัง หลอกขายแมสก์เฉียดล้าน ถึงเวลาเบี้ยว