ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม นายสาธิต ธรรมประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายศิรินุช สวาสดิ์ธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ปลัดอำเภอสะเดา ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอ และภาคประชาชน ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 35 ซอย 1 ถนนปาดังเบซาร์ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักหม่อมหลวงจีระจันทร์ เกษมศรี อายุ 77 หรือยายแต๋ว พักอาศัยอยู่กับนายรื่น ประทุมมณี อายุ 76 ปี สามี ในบ้านเช่าเก่าใกล้พัง โดยสามีป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และสุนัขอีก 2 ตัว
ซึ่งในวันนี้ทางจังหวัดสงขลาโดยเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสงขลา ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา ได้มอบถุงยังชีพพร้อมเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง และภาคประชาชนได้บริจาคที่ดินสำหรับใช้ในการสร้างบ้าน โดยใช้กำลังสมาชิกกองรักษาดินแดน อ.สะเดา และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเทศบาลเมืองสะเดาและเงินบริจาคของผู้ใจบุญผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะเดา (สงขลา) หมายเลขบัญชี 973-211138-3 ชื่อบัญชี หม่อมหลวงจีระจันทร์ เกษมศรี หมายเลขโทรศัพท์ 09-7034-9778 หรือ 0-7446-0650
สำหรับการให้ความช่วยเหลือ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เริ่มแรกจะให้การช่วยเหลือในเรื่องของเครื่องยังชีพและเงินเพื่อให้ทั้งสองคนได้ใช้ในชีวิตประจำวันไปก่อน ส่วนระยะยาวจะเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งภาคเอกชนได้บริจาคที่ดินและเงินเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้อยู่ฟรี ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างราว 20 วันน่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสะเดา ไม่ไกลจากที่อยู่เดิม ซึ่งหากขาดเหลืออะไรทางเหล่ากาชาดสงขลาก็จะเติมเต็มให้ นอกจากนี้ เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพของทั้งสองท่านเนื่องจากอยู่ในวัยชราและมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งจะประสานกับสาธารณสุขให้ดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ
รวมถึงอาชีพซึ่งจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาฝึกอาชีพให้กับหม่อมแต๋วเท่าที่จะทำได้ จากปกติที่มีอาชีพรับนวดแผนโบราณอยู่แล้ว ด้าน ม.ล.จีระจันทร์กล่าวว่า ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งน้ำใจคนไทยที่ช่วยบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพชีวิตดีขึ้นไม่ลำบากเหมือนก่อน
ม.ล.จีระจันทร์ กล่าวว่า ตนเป็นลูกของ ม.ร.ว.จิราทิพย์ เกษมศรี และนางมลุลี เกษมศรี ณ อยุธยา มีพี่น้องด้วยกัน 8 คน สมัยเด็กจำได้อาศัยอยู่ในซอยใจสมาน 2 ข้างซอยปรีดา ย่านนานาเหนือ นานาใต้ ก่อนย้ายมาซอยทองหล่อ จำได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเรียกท่านลุงว่าท่านน้า แต่ชีวิตผกผันเมื่อครอบครัวต้องลี้ภัยทางการเมืองมาอยู่ที่บ้านคลองปอม ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ เมื่อปี 2500
เมื่ออายุได้ประมาณ 18 ปี และแต่งงานกับลูกท่านขุนคนหนึ่งอยู่กินกันจนมีลูก 4 คน จากนั้นท่านพ่อท่านแม่ก็ย้ายไปอยู่อีกหลายแห่งในตำแหน่งแพทย์ตำบลในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ก่อนที่จะย้ายกลับขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯทั้งหมด ส่วนตนใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.สงขลา กับครอบครัว ปัจจุบันชีวิตเริ่มลำบากหนักขึ้นเมื่อนายรื่นล้มป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่สามารถทำงานได้ ครอบครัวจึงลำบากเรื่อยมาเพราะตัวเองก็ไม่ได้มีอาชีพอะไร จนถึงปัจจุบันอาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และเบี้ยคนพิการอีก 800 บาท รวมทั้งลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ส่งเสียมาให้บ้างเพราะอีก 3 คนเสียชีวิตไปหมดแล้ว
ขณะเดียวกัน รายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและได้สั่งการไปยังนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประสานมายังผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือโดยด่วนที่สุด และทางจังหวัดได้ทำรายงานเรื่องนี้ส่งไปให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว

