สธ.แจงพื้นที่ ‘แดง-เหลือง-เขียว’ ห่วง 4 พันคน จ่อเข้าไทยทาง 5 จว.ใต้

16.04.20 | 15:22 น.

สธ.แจงแบ่งพื้นที่ ‘โควิด-19’ ไทย ‘แดง-เหลือง-เขียว’ ห่วง 4 พันคน จ่อเข้าปท.ทาง 5 จว.ใต้

กระทรวงสาธารณสุข- เมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงการกำหนดพื้นที่สีแดง สีเหลือง สีเขียว ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ของประเทศไทยว่า การกำหนดแผนที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย 77 จังหวัด โดยการจำแนกเป็นรายจังหวัด แบ่งออกเป็น 3 สีหลัก คือ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว ด้วยเกณฑ์ดังนี้ สีแดง เป็นจังหวัดที่มีการพบผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ในขณะนี้ สีเขียว เป็นจังหวัดที่ยังไม่มีการรายงานว่าพบผู้ป่วยเลย และ สีเหลือง เป็นจังหวัดที่เคยพบผู้ป่วยติดเชื้อ แต่ทำการรักษาจนไม่มีผู้ป่วยภายในพื้นที่ในระยะเวลาที่มากกว่า 14 วัน ก็จะกำหนดให้เป็นพื้นที่จากสีแดงเป็นสีเหลือง

“ส่วนกรณีการผ่อนคลายสถานการณ์การควบคุมโรค สธ.ได้มีการหารือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่อที่จะนำเสนอแนวทางการผ่อนคลายมาตรการ ต่อศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เช่น การอนุญาตให้เปิดสถานที่บางแห่ง หรือสถานที่บางแห่งที่ไม่ควรมีการเปิดเลย เนื่องจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เรื่องปากท้องของประชาชน ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ต่างจากผลกระทบด้านสุขภาพ แต่ในขณะนี้ ศบค. ยังไม่ได้มีการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการใด” นพ.อนุพงศ์ กล่าว

ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรคกล่าวถึงกรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 น้อยลง ว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 29 ราย ผู้ป่วยกลับบ้านอีก 96 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 1,593 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ยังรับการรักษาอยู่โรงพยาบาลลดลงเหลือ 1,033 ราย ส่วนผู้ป่วยวิกฤตมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3.96 ของผู้ป่วยทั้งหมด แม้ว่าจะพบว่าผู้ป่วยน้อยลง แนวโน้มดีขึ้น แต่ต้องไม่ชะล่าใจ

“เราดีใจที่พบผู้ป่วยไม่เกิน 30-40 รายต่อวัน เพราะหมายถึงว่า เราทำงานได้ดี แต่ต้องไม่ชะล่าใจ ขณะเดียวกันเราต้องทำให้ทุกส่วนงานของเรา ตั้งแต่ผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกัน สอบสวนโรค ส่งเสริมสุขภาพให้ความรู้ หากมีการป่วยก็ทำการรักษา ด้วยยาเวชภัณฑ์ การเตรียมพร้อมเตียงและอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ที่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้เราจะไม่ทำให้ผิดพลาด เพื่อรักษาชีวิตของประชาชน” นพ.อนุพงศ์กล่าว

นพ.อนุพงศ์กล่าวถึงมาตรการการสกัดกั้นผู้เดินทางเข้าประเทศว่า ขณะนี้ยังได้รับความร่วมมือจากการบินพลเรือน ยังมีการห้ามการเดินทางจากต่างประเทศ ที่ยังมีการจำกัดการเดินทาง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนได้รับทราบ คือ ยังมีคนไทยตกค้างที่ต่างประเทศ และต้องการกลับประเทศไทย เรื่องนี้จึงจะต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ทยอยกลับมาในปริมาณที่การบริหารจัดการรับไหว

Advertisement

“เบื้องต้นทราบว่า ถ้าหากว่าเราให้คนผ่านแดนมาทางช่องผ่านแดน 23 ช่องทาง ใน 5 จังหวัดที่ภาคใต้ จะมีคนเข้ามาประมาณ 4,000 คน หากถามว่าเข้ามาทีเดียว 4,000 คน คงเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะจัดการได้ ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นความเสี่ยงอยู่ การจะผ่อนคลายมาตรการใด ศบค.ยังไม่เคาะ แต่รับฟังสถานการณ์และมาตรการต่างๆ จากทางการแพทย์สาธารณสุขและจากกระทรวงอื่นแต่ยังไม่มีการเคาะนโยบายใด” นพ.อนุพงศ์ กล่าวและว่า สำหรับคนไทยที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงวันที่ 18 เมษายนนั้น สธ.ได้ประสานกับจังหวัดจะนำเข้าสู่ระบบกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน อย่างเคร่งครัด โดยด่านทางบกแต่ละช่องทางมีการจำกัดจำนวนคนเข้าประเทศ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ