หวั่นไม่ทันใจ! “หม่อมเต่า” สั่งเสริมทีมวินิจฉัยผู้ประกันตนรับ “เงินว่างงาน” 30 เม.ย.จ่ายล็อต2

27.04.20 | 18:36 น.

หวั่นไม่ทันใจ! “หม่อมเต่า” สั่งเสริมทีมวินิจฉัยผู้ประกันตนรับ “เงินว่างงาน” 30 เม.ย.จ่ายล็อต2

ประกันสังคม- เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เรียกหน่วยงานในสังกัดหารือเตรียมจัดตั้งทีมงานเพื่อช่วยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดำเนินการในขั้นตอนการวินิจฉัยผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่เข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัยผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งพบว่ามีการยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนรวม 1.2 ล้านคน และล็อตแรกดำนินการจ่ายให้ผู้ประกันตน 8,000 คน ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ส่วนในล็อตที่ 2 ต้องดำเนินการจ่ายอีกราว 10,000 ราย ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

ด้านนางพิสมัย นิธิไพบูลย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ในฐานะโฆษก สปส. กล่าวว่า ยืนยันว่าขณะนี้คณะทำงานของ สปส.อยู่ในระหว่างดำเนินการวินิจฉัยผู้ประกันตนอย่างเร็วที่สุด แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องบุคลากรที่ไม่พอรองรับ ฉะนั้นกระทรวงแรงงานจึงดำเนินการเสริมบุคลากรเข้ามาช่วยให้ขั้นตอนทุกอย่างเร็วขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกันตน

นางพิศมัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สปส.อยู่ในระหว่างให้ทีมปฏิบัติงานได้ซักซ้อมขั้นตอนต่างๆ ให้เข้าใจตรงกัน เพราะเป้าหมายที่วางไว้คือ จะต้องจ่ายล็อตต่อไปภายในปลายเดือนเมษายนนี้ และจะทยอยจ่ายให้ครบถ้วนตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ต่อไป

แหล่งข่าวในกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในขณะที่ สปส.อยู่ในระหว่างเตรียมจ่ายสิทธิประโยชน์ในล็อตที่ 2 นั้น ล่าสุด คณะกรรมาธิการแรงงาน ได้ยื่นหนังสือให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ทบทวนการประกาศใช้กฎกระทรวงเรื่อง การได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563 เนื่องจากกฎกระทรวงดังกล่าวที่กำหนดให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ไม่สามารถทำงานได้และไม่ได้รับค่าจ้างจากเหตุสุดวิสัยในอัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน อาจส่งผลให้ผู้ประกอบกิจการหลีกเลี่ยงการจ่ายชดเชยกรณีว่างงานตามมาตรา 75 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการต้องจ่ายร้อยละ 75 ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อไม่ต้องจ่ายเงินในส่วนนี้