งูเลื้อยขึ้นชั้น 4 ไม่ใช้ช่องทางเดียว สัตวแพทย์ชี้สะดวกเลื้อยตรงไหนไปตรงนั้น

11.06.20 | 10:43 น.

งูเลื้อยขึ้นชั้น 4 ไม่ใช้ช่องทางเดียว สัตวแพทย์ชี้สะดวกเลื้อยตรงไหนไปตรงนั้น ไม่ใช่แค่ เหลือม-หลาม เขียว กะปะ ก็อาจเจอ เตือนอย่าให้บ้านรก

กรณีที่มีงูเหลือมตัวใหญ่ เลื้อยขึ้นตึกชั้น 4 อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร (กทม.) สร้างความตื่นตระหนกวิตกกังวล กับผู้ที่อาศัยอยู่ในตึกอย่างมากนั้น

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายสัตวแพทย์ (นสพ.) ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะงูเป็นสัตว์เลื้อยคลาน สามารถเลื้อยไปไหนก็ได้ บริเวณพื้นผิวของวัตถุ ที่มันจะเลื้อยได้

กรณีที่เกิดขึ้นที่ตึกชั้น 4 นั้น คาดว่ามันคงใช้หลายเส้นทาง ที่มันสามารถยึดเกาะและเหนี่ยวตัวได้ ตั้งแต่พื้นดิน ระเบียง ช่องต่างๆ ไปถึงท่อน้ำ

“งูเหลือม และงูหลาม มันจะกินพวกหนู อาจจะตามเหยื่อไปเรื่อยๆ ตั้งแต่พื้นดิน จนขึ้นตึก ซึ่งบนตึก หากเป็นพื้นลื่นเรียบๆ และต้องขึ้นสูงๆ หรือท่อน้ำที่เรียบๆ ลื่นๆ สูงๆมากๆ มันก็ขึ้นไม่ได้ แต่อาจจะใช้วิธี ไปทางไหนได้มันก็ไปทางนั้น ค่อยๆหาไปเรื่อยๆ เป็นการเรียนรู้ของงูทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่ง แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย อาจจะเป็นสถานที่จำเพาะ ซึ่งเจ้าของสถานที่ต้องหมั่นคอยตรวจสอบ เช่น บริเวณตึก มีหนู มีกองขยะ มีต้นไม้รกทึบขึ้นหรือเปล่า หรือฝาท่อน้ำ ปิดสนิทดีหรือไม่ และไม่ใช่เฉพาะงูขนาดใหญ่ อย่างเหลือมหลามเท่านั้นที่ต้องระวัง งูตัวเล็กๆ อย่างงูเขียว งูกะปะก็ต้องคอยระวังเช่นเดียวกัน” นสพ.ภัทรพล กล่าว

เมื่อถามว่าต้องป้องกันอย่างไรไม่ให้งูขึ้นตึก นสพ.ภัทรพลกล่าวว่า ย้ำว่า กรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ไม่ต้องกังวลมาก อย่างไรก็ตาม การป้องกันโดยการหมั่นตรวจตรา ไม่ให้รอบบ้านมีขยะที่เป็นอาหารของหนู เพราะเมื่อมีหนู งูก็จะตามมากินหนู อาจจะเลื้อยเข้าไปในบริเวณที่อยู่อาศัยได้ ทั้งนี้ หากเจอสัตว์พวกนี้อย่าพยายามจับเองให้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือ สายด่วน 1362 ของกรมอุทยานแห่งชาติ

Advertisement