เฮ! ไทยไร้ป่วย “โควิด-19”
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

พญ.พรรณประภา กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม สะสม 58 ราย รักษาหายสะสมที่ 2,987 ราย อยู่ในการรักษาที่โรงพยาบาล(รพ.)จำนวน 80 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่
สะสมอยู่ที่ 3,125 ราย พบในกรุงเทพมหานคร(กทม.) และนนทบุรีจำนวน 1,746 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 429 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคใต้ 744 ราย โดยผู้ป่วยอายุน้อยสุด 1 เดือน อายุมากสุด 97 ปี โดยเฉลี่ยคืออายุ 39 ปี พบผู้ป่วยมากในอายุ 20-29 ปี
พญ.พรรณประภา กล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลก 211 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 85 และพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อทั่วโลกสะสมรวม 7,452,809 ราย รักษาหายแล้ว 3,749,886 ราย เสียชีวิต 418,919 ราย ประเทศที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงที่สุดจำนวน 2,006,401 ราย เสียชีวิต 115,130 ราย 2.บราซิล 775,134 ราย เสียชีวิต 39,797 ราย 3.รัสเซีย 493,657 ราย เสียชีวิต 6,358 ราย 4.สหราชอาณาจักร 290,143 ราย เสียชีวิต 41,128 ราย และ 5.สเปน 289,360 ราย เสียชีวิต 27,136 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 134,685 รายภายใน 1 วัน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5,271 ราย
พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ของทวีปเอเชีย พบจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมสูงที่สุด ตามลำดับของโลก ได้แก่ ลำดับที่ 6 ประเทศอินเดีย ผู้ติดเชื้อ 287,155 ราย เสียชีวิต 8,107 อันดับที่ 15 ประเทศปากีสถาน 113,702 ราย เสียชีวิต 2,255 ราย อันดับที่ 19 ประเทศบังคลาเทศ 74,865 ราย เสียชีวิต 1,012 ราย อันดับที่ 29 ประเทศสิงคโปร์ 38,965 เสียชีวิต 25 ราย อันดับที่ 32 ประเทศอินโดนีเซีย 34,316 ราย เสียชีวิต 1,959 ราย อันดับที่ 39 ประเทศฟิลิปปินส์ 23,732 ราย เสียชีวิต 1,027 ราย อันดับที่ 46 ประเทศญี่ปุ่น 17,251 ราย เสียชีวิต 919 ราย อันดับที่ 56 ประเทศเกาหลีใต้ 11,947 ราย เสียชีวิต 276 ราย อันดับที่ 65 ประเทศมาเลเซีย 8,338 ราย เสียชีวิต 118 ราย อันดับที่ 85 ประเทศไทย 3,125 ราย เสียชีวิต 58 ราย อันดับที่ 154 ประเทศเวียดนาม 332 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต อันดับที่ 158 ประเทศเมียนมา 248 ราย เสียชีวิต 6 ราย อันดับที่ 169 ประเทศบรูไน 141 ราย เสียชีวิต 2 ราย อันดับที่ 171 ประเทศกัมพูชา 126 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และ อันดับที่ 196 ประเทศลาว 19 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จะขยายเวลาห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นระหว่าง 2 ประเทศ ไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศ พยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ สหรัฐ และแคนาดาได้กำหนดมาตรการห้ามการเดินทางข้ามแดนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และขยายเวลาห้ามเดินทางในเดือนเมษายน และ พฤษภาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ผลศึกษาชี้ “การสวมหน้ากากทุกคน ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดระลอกสองได้ เมื่อใช้ร่วมกับมาตรการล็อกดาวน์” งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ มหาวิทยาลัยกรีนิช ระบุ ล็อกดาวน์ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยับยั้งการระบาดของโรคโควิด-19 แต่หากประชาชนร่วมมือกัน สวมหน้ากากในที่สาธารณะ จะสามารถลดการแพร่เชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ จากแบบจำลองคณิตศาสตร์การแพร่เชื้อในกลุ่มประชากรโดยการคำนวณหาค่า R (reproduction number) พบว่า ถ้าหากประชากรส่วน
ใหญ่สวมหน้ากากในที่สาธารณะจะสามารถทำให้ค่า R ลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการสวมหน้ากากหลังแสดงอาการป่วยแล้ว สอดคล้องกับคำแนะนำใหม่ขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งแนะนำให้ ประชาชนทุกคนสวมหน้ากาก เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

