ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปัจจุบันที่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ตั้งอยู่ภายในสนามกีฬากลาง จ.เชียงราย ได้มีการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจและทำให้นักเรียนภายในโรงเรียนประสบความสำเร็จในหลายเรื่อง โดยเฉพาะมีนักเรียนหลายคนที่ติดเยาวชนแห่งชาติ ทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพต่างๆ มากมาย รวมทั้งนักเรียนก็ประสบความสำเร็จในการแข่งขันทางวิชาการหลายรายการ ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้โรงเรียนแห่งนี้มีความน่าสนใจมากเมื่อไปเยือนคือรูปแบบ อาคารและห้องเรียนต่างๆ ที่มีสีสันและรูปแบบการแตกแต่งที่มีความสวยงาม สีสันหลากหลายและไม่ซ้ำแบบกันในแต่ละห้อง รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนก็ไม่มีการใช้หนังสือเรียนเลย นักเรียนจึงไปเรียนด้วยสมุดจด ส่วนสื่อการเรียนการสอนต่างๆ มีอยู่ให้ห้องเรียนโดยใช้ทั้งหนังสือนอกเวลา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ อินเตอร์เน็ตออนไลน์ ครูสอนภายในห้องเรียน ฯลฯ
รวมทั้งการบริหารจัดการด้านอื่นๆ ก็น่าสนใจ เช่น เป็นแห่งเดียวในประเทศที่ให้เด็กใช้บัตรเติมเงินในการรับประทานอาหาร เป็นต้น ทำให้แต่ละวันมีคณะศึกษาดูงานจากองค์กรหน่วยงานต่างๆ ไปเยือนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้โรงเรียนมีการเก็บค่าเข้าศึกษาดูงานแล้วแต่รูปแบบการเข้าศึกษาดูงาน หัวละ 150 บาท 300 บาท 350 บาท และเต็มรูปแบบ 750 บาทด้วย
ดร.ศราวุธ สุตะวงค์ ผอ.โรงเรียน อบจ.เชียงราย เปิดเผยว่าปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 2,600 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมีบุคลากรครูประมาณ 150 คน ซึ่งโรงเรียนใช้ระบบการเรียนการสอนโดยไม่ใช้หนังสือมาได้ 5 ปีแล้วแต่ใช้หลักการคิดแทนซึ่งพบว่านักเรียนมีการเรียนการสอนที่ดีสามารถ แข่งขันในเวทีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีนักเรียนที่ติดทีมฟุตบอลอาชีพในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกถึง 8 คน บางคนมีเงินเดือนจากการเล่นฟุตบอลสูงกว่าครูเสียอีก และมีนักเรียนที่ติดทีมเยาวชนแห่งชาติและระดับต่างๆ กว่า 49 คน

ดร.ศราวุธ กล่าวว่า เดิมโรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไปแต่ต่อมา เมื่อได้ไปศึกษาดูงานจากหลายแห่งโดยเฉพาะจากโรงเรียนคิงส์สคูล ประเทศนิวซีแลนด์ และอื่นๆ แล้วพบว่าสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาการศึกษาได้ดีคือการสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อให้มีความสุขในการไปโรงเรียน จึงเห็นว่าโรงภาพยนตร์หรือโรงหนังเป็นสถานที่ที่คนไปนั่งรอกันนานๆ ได้ จึงได้ออกแบบโรงเรียนให้มีสีสันโดยแต่ละห้องให้ผู้รับผิดชอบออกแบบได้ตามใจ ด้วยความเหมาะสม เมื่อเด็กๆ มีความสุขและอยากไปเรียนก็จะมีผลต่อความอยากเรียนรู้ไปไปด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องหนังสือที่มีมากเกินไปโดยเมื่อให้เด็กท่องจำมากๆ ก็จะเกิดความเบื่อและไม่มีความสุขอยากเรียนรู้
“ดังนั้น โรงเรียนจึงเลิกการใช้หนังสือแต่หันมาใช้สื่ออื่นๆ อย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะการเรียนผ่านออนไลน์จากบุคลากรและสถานที่ต่างๆ โดยเปิดให้เรียนทุกระดับชั้นไม่ใช่เฉพาะชั้นสูงๆ ที่ต้องใช้จ่ายใช้จ่ายสูงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีห้องเด็กผู้นำซึ่งใช้กรณีมีเด็กที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 1.5 และมีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงก็จะจัดให้มีห้องเด็กผู้นำให้เขาได้ทำกิจกรรม ซึ่งศึกษาแล้วพบว่าร้อยละ 90 ของเด็กประเภทนี้ชอบงานเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอที จึงจัดเป็นห้องไอทีให้เด็กได้ทำกิจกรรม เช่น ถ่ายภาพวิดีโอ ตัดต่อภาพ จัดทำเป็นรายการหรือพรีเซนต์เทชั่น ฯลฯ ซึ่งพบว่าเด็กกลุ่มนี้สามารถทำได้ดีมาก” ดร.ศราวุธ กล่าวและว่า
ปัจจุบันโรงเรียนรับนักเรียนห้องละไม่ให้เกิน 35 คน รวมทั้งห้องเรียนกีฬาก็รับแค่ 35 คนโดยในห้องก็จะมีหลายชนิดกีฬาโดยรับเด็กที่มีทักษะฟุตบอลมากที่สุดจำนวน 15 คนต่อห้องที่เหลือเป็นกีฬาประเภทอื่นๆ ไป ส่วนอนุบาลห้องละไม่เกิน 15 คน เพราะจำนวนน้อยจะสามารถซึมซับการเรียนรู้ได้ดีกว่ารับครั้งละมากๆ ซึ่งพบว่าภายหลังบริหารจัดการการเรียนการสอนในลักษณะนี้ทำให้ประสบความสำเร็จด้วยดี


