เฮ้ง เสียใจแรงงานโดดตึกตาย เผยโควิด-19 คร่าคนไทยในซาอุฯ 5ราย

เฮ้ง เสียใจแรงงานกลับจากอิสราเอลโดดตึกตาย เผยโควิด-19 คร่าคนไทยในซาอุฯ แล้ว 5 ราย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวแสดงความเสียใจถึงกรณีที่แรงงานไทยรายหนึ่ง อายุ 39 ปี ที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล และเข้ากักตัวหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) แต่เจ้าตัวตัดสินใจกระโดดลงมาจากระเบียงโรงแรมเสียชีวิต หลังเข้าพักเพียง 1 วัน ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตรายนี้อายุ 39 เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล กับบริษัทนายจ้างชื่อ SHMVEL GAMMIL. สัญญาจ้าง 5 ปี 3 เดือน เริ่มปฏิบัติงานเดือนกรฎาคม 2557 เพิ่งเดินทางกลับจากการประกอบอาชีพที่ประเทศอิสราเอล

นายสุชาติ กล่าวถึงการดำเนินการในเบื้องต้นว่า สำนักงานแรงงาน จ.บุรีรัมย์ ได้โทรประสานญาติของผู้เสียชีวิตได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นแล้วว่า ขณะนี้กำลังเดินทางไปรับศพผู้เสียชีวิตมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ก่อนที่แรงงานไทยรายนี้จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ได้ทำงานที่ประเทศไทยและออกจากงานตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 มีเงินชราภาพ จำนวน 39,559.29 บาท ในส่วนของการจ่ายสิทธิประโยชน์ จะดำเนินการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทายาทและผู้มีสิทธิอีกครั้ง เบื้องต้นทราบว่า ญาติจะได้รับค่าทำศพเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ได้ประชุมผ่านระบบทางไกล (Video Conferance) และรับทราบจาก น.ต.วิทวัส กู้ประเสริฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดิอาระเบีย (กรุงริยาด) ว่า ล่าสุดมีแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากโควิด -19 ในประเทศซาอุดิอาระเบีย จำนวน 5 ราย ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานราชการในพื้นที่ติดต่อประสานญาติรับทราบ และสนับสนุนอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาตามความประสงค์ของญาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“จากรายงานของอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สนร.ริยาด พบว่า จนถึงขณะนี้มีแรงงานไทยที่เสียชีวิตในประเทศซาอุดีอาระเบียจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 จำนวน 5 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นเพศชาย รายแรกอายุ 69 ปี เป็นช่างไฟฟ้า ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายที่ 2 อายุ 59 ปี เป็นช่างเย็บเสื้อ ชาว จ.ราชบุรี รายที่ 3 อายุ 67 ปี เป็นช่างเจาะน้ำบาดาล ชาว จ.นครราชสีมา รายที่ 4 อายุ 70 ปี เป็นช่างไฟฟ้า ชาว จ.อุดรธานี และรายที่ 5 อายุ 67 ปี เป็นคนขับรถบรรทุก ชาว จ.ลำปาง” นายสุชาติ กล่าวและว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น สำนักงานแรงงานจังหวัด ได้ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่แรงงานในจังหวัดที่ญาติผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ เพื่อให้กำลังใจและได้ประสานแจ้งข้อมูลให้ญาติแรงงานไทยที่เสียชีวิตทราบแล้ว ทั้งนี้จะได้ประสานอำนวยความสะดวกตามความประสงค์ของญาติในการจัดการศพต่อไป

ด้าน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมาย น.ส.สุทธิณี ปิยะสันติกุล หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือทายาทของลูกจ้างที่เสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายพล พรมงาม อายุ 39 ปี แรงงานไทยซึ่งเดินทางกลับจากการประกอบอาชีพ ณ ประเทศอิสราเอลที่เสียชีวิตระหว่างการกักตัวควบคุมโรคในพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐที่โรงแรมในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ บ้านเลขที่ 113 หมู่ 6 ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์

โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้การช่วยเหลือทายาทผู้เสียชีวิต และร่วมแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจ นางสายยนต์ พรมงาม มารดาของนายพล พร้อมได้ชี้แจง สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างและทายาทผู้มีสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งตรวจสอบข้อมูล พบว่า นายพลได้ออกจากระบบประกันสังคม (ผู้ประกันตนมาตรา 33) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 พบว่ามีเงินบำเหน็จชราภาพสะสม 39,559.29 บาท ผลประโยชน์ตอบแทน 20,029.65 บาท รวมเป็นเงิน 59,588.94 บาท ทั้งนี้  สปส.จ.บุรีรัมย์จะได้ดำเนินการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ ให้กับทายาทของนายพลต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ช้าง’ มอบ 10 ล้านสมทบกองทุน ‘ช้างศึกไทยไปบอลโลก’ ต่อเนื่องปีที่ 5
บทความถัดไปรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้น-สาดสีตร.สำราญราษฎร์เมื่อเช้า