จากกรณีที่ ด.ญ.วนิดา หรือน้องนุ่น จินตนา อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านหนองโสน ต.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งเป็นเด็กยอดกตัญญู แต่มีฐานะยากจน และต้องแบกภาระเลี้ยงแม่ที่ตาบอดทั้ง 2 ข้าง ทั้งที่ตาของน้องนุ่นเริ่มมองไม่เห็น ซึ่งน้องนุ่นไม่มีบ้านอยู่ต้องอาศัยอยู่กับญาติ โดยน้องนุ่นต้องรับจ้างขายปลาทูได้เงินวันละ 90 บาท ช่วงหลังเลิกเรียน เพื่อนำเงินมาซื้ออาหารและขนมหวานให้แม่กับยายกิน ส่วนตัวของน้องนุ่นตากำลังจะบอดสนิท เนื่องจากเป็นภูมิแพ้ใต้เปลือกตา ล่าสุด ธารน้ำใจได้หลั่งไหลเข้าช่วยเหลือครอบครัวของน้องนุ่นเป็นจำนวนมาก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมาย ให้ พ.อ.ชัยเดช สุรวดี รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ เป็นตัวแทนนำเงินจำนวน 10,000 บาท ด.ญ.วนิดา หรือน้องนุ่น จินตนา เด็กหญิงยอดกตัญญูเลี้ยงแม่ตาบอดทั้งที่ตัวเองก็เริ่มจะอยู่ในโลกมืด
นอกจากนี้ นายบุญเวช ศรีพวงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ นาราพิสุทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร กาชาด จังหวัดพิจิตร พัฒนาสังคม ความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดพิจิตร อบต.หนองโสน โรงพยาบาลสามง่าม และสาธารณสุขสามง่าม มอบเงินจำนวนหนึ่งรวมทั้งสิ้น 16,000 บาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค และสีทาบ้าน
ต่อมา พ.อ.ชัยเดช สุรวดี รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมพระอธิการทองสด ธัมมวชิโร เจ้าอาวาสวัดเนินพะยอม ต.ดงเสือเหลือง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่ทหาร และเหล่ากาชาดจังหวัดพิจิตร นายก อบต.หนองโสน ได้ร่วมกันยกเสาเอกเพื่อสร้างบ้านให้กับน้องนุ่น เนื่องจากที่ผ่านมา น้องนุ่นกับแม่ที่ตาบอดทั้ง 2 ข้าง อาศัยอยู่กับญาติไม่มีบ้านของตัวเอง
พ.อ.ชัยเดชเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพภาคที่ 3 คือ พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ให้นำเงินมาช่วยเหลือในเบื้องต้นจำนวน 1 หมื่นบาท พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารช่างมาช่วยกันปลูกบ้านให้กับน้องนุ่นเป็นการเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับน้องนุ่นไปแล้ว 2 พันบาท
พ.อ.ชัยเดชเผยอีกว่า ท่านแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านได้ข่าวของน้องนุ่นจากสื่อ ซึ่งท่านรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยในตัวน้องนุ่นรวมทั้งแม่ของน้องนุ่นเป็นอย่างมาก เพราะเห็นว่าเป็นเด็กกตัญญู ซึ่งท่านได้สั่งไว้ 3 เรื่อง คือ เรื่องการรักษาดวงตาของน้องนุ่นที่กำลังจะบอด ซึ่งทางท่านแม่ทัพได้เตรียม รพ.ค่ายพระนเรศวร เพื่อรักษาดวงตาของน้องนุ่น แต่มาทราบภายหลังว่าน้องนุ่นไปรับการรักษาที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมาก่อน ส่วนเรื่องที่ 2.คือเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะที่ผ่านมา ครอบครัวน้องนุ่นไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยบ้านญาติ ซึ่งวันนี้มีผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลวงพ่อสดได้ช่วยเหลือเรื่องหลังคาบ้าน ส่วน อบต.หนองโสน และ ส.ท.ได้ช่วยเหลือเรื่องทำบ้าน ส่วนเรื่องงานช่าง เราได้ส่งทหารช่างเข้ามาช่วยปลูกบ้านให้แล้ว
พ.อ.ชัยเดชกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสุดท้าย คือเรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัวเด็ก โดยทางท่านแม่ทัพได้สั่งกำชับให้ดูแลครอบครัวเด็กอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น 1 หมื่นบาท
น.ส.เพ็ญสุภา ขวัญแจ้ง ครูประจำชั้นของน้องนุ่น เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา หมอผิง ได้ส่งตั๋วเครื่องบิน เพื่อนำตัวน้องนุ่นเดินทางไปตรวจสายตาที่ รพ.จักษุรัตนิน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางตา แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งปรากฏว่าทางแพทย์บอกว่าเป็นภูมิแพ้ใต้ตา สามารถรักษาตาของน้องนุ่นให้หายได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลานานเป็นปี เนื่องจากตอนนี้ดวงตาของน้องนุ่นเป็นภูมิแพ้ใต้ตา ซึ่งต้องรักษาภูมิแพ้ที่ใต้เปลือกตาก่อน ซึ่งในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ หมอได้นัดให้ไปตรวจตาอีกครั้งหนึ่ง
น.ส.เพ็ญสุภา ครูประจำชั้นของน้องนุ่น เผยอีกว่า ต้องขอขอบคุณหมอผิง และคุณอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ ดารานักร้องชื่อดังเป็นอย่างมาก ที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งคุณอ้อม สุนิสาและหมอผิงเป็นเพื่อนกัน โดยคุณอ้อมได้ช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา พร้อมกับค่ารักษาดวงตา โดยคุณอ้อม ดารานักร้องชื่อดังบอกว่า ได้ดูข่าว รู้สึกสงสารที่น้องมีความกตัญญูต่อแม่ นอกจากนี้ยังมีผู้ไม่เอ่ยนาม มีความต้องการจะช่วยเหลือครอบครัวน้องนุ่นเรื่องค่าใช้จ่ายให้เป็นรายเดือน ตรงนี้ต้องขอบคุณสื่อ และผู้ใจบุญทั้งหลายที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้มาก หากไม่มีสื่อเสนอข่าวออกไป ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเข้ามาช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มอีกว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือเทศบาล กำลังเร่งปลูกบ้านหลังใหม่ให้กับน้องนุ่น ซึ่งใช้งบประมาณ 1 แสนบาท ส่วนเหล่ากาชาดพิจิตร ได้มอบเงินและเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับน้องนุ่นในเบื้องต้น ซึ่งยอดเงินที่ได้รับจากการบริจาคช่วยเหลือในขณะนี้ประมาณ 7 แสนกว่าบาท โดยมีครูและคณะกรรมการกองทุนเป็นผู้ดูแลเรื่องเงิน 4 คน ซึ่งเงินทั้งหมดจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาและความเป็นอยู่ของน้องนุ่น ส่วนเรื่องการรักษาดวงตาของน้องนุ่น อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์ และ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒน์กุล หมอผิง ได้รับอาสาจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด


