สธ.ปลื้มแอพพ์ฯฟู้ดช้อยส์ สแกนก่อนกิน เด็กไทยเข้าใจโภชนาการพุ่ง 98%

สธ.ปลื้มแอพพ์ฯฟู้ดช้อยส์ สแกนก่อนกิน เด็กไทยเข้าใจโภชนาการพุ่ง 98%

วันนี้ (21 กันยายน 2563) ที่อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. และ นายชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ร่วมกันแถลงข่าวการพัฒนาเครื่องมือให้ความรู้ด้านโภชนาการฟู้ดช้อยส์ (FoodChoice) พร้อมแนะนำการใช้งาน  แอพพลิเคชั่นบนฉลากผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

นายสาธิต กล่าวว่า บริบทของโลกมีการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้เทคโนมากขึ้น เนคเทคได้พัฒนาแอพพ์ฯ ฟู้ดช้อยส์ ให้ประชาชนสามารถสแกนบาร์โค้ด หรือฉลากบนผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ข้อมูลโภชนาการอาหารแสดงขึ้นมา โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการนำเครื่องมือนี้ไปใช้ในกลุ่มนักเรียน เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลว่าอาหารใดที่มีประโยชน์และควรบริโภค ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการราว 5,000 ผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมแอพพ์ฯ แล้ว คาดว่าในอนาคตแอพพ์ฯ ฟู้ดช้อยส์ จะเป็นเครื่องมือช่วยบอกคุณค่าและสารอาหารในผลิตภัณฑ์ เพื่อนำไปใช้กับคนไทยทุกคน และเป็นเทคโนโลยีที่ง่ายที่สุดสำหรับประชาชนในการเข้าถึงฐานข้อมูลสุขภาพ

“การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพนี้จะเป็นการขยายต่อเพื่อพัฒนาสุขภาพคนไทยทั่วประเทศ ขณะนี้จะนำร่องในสุขภาพของเด็กนักเรียนที่อยู่ในสังกัด สพฐ. ขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งเนคเทค เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี สสส.เป็นผู้สนับสนุน สพฐ.เป็นผู้นำไปใช้ และกรมอนามัยเป็นผู้ดำเนินการ” นายสาธิต กล่าว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สถานการณ์สุขภาวะเด็กไทยในปี 2561 พบเด็กอายุ 6-14 ปี เริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 11.1 และเพิ่มเป็นร้อยละ 11.7 ในปี 2562 นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน เด็กส่วนใหญ่รับประทานอาหารกรุบกรอบแทนอาหารมื้อหลัก สำนักทันตสาธารณสุข ปี 2563 พบเด็กอายุ 12 ปี ดื่มน้ำหวานและน้ำอัดลมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 52 และกินขนมมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ร้อยละ 28.9 ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โภชนาการในเด็กไทยที่เข้าสู่ภาวะอ้วน

“แอพพ์ฯ ฟู้ดช้อยส์ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการให้ความรู้ทางด้านโภชนาการ เมื่อสแกนบาร์โค้ดจากผลิตภัณฑ์ ข้อมูลบนฉลากโภชนาการจะถูกแสดงในรูปแบบที่สามารถข้าใจได้ง่าย ช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจ เปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีการจัดเรียงข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์ เช่น พลังงาน น้ำตาล โซเดียม ไขมัน ไขมันอิ่มตัว และโปรตีน” พญ.พรรณพิมล กล่าว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า แอพพ์ฯ มีการจำแนกสีของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกบริโภค และกำหนดปริมาณการกินให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายได้ โดยจำแนกได้ ดังนี้

1.สีเขียว หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหาร อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากบริโภคผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มากกว่า 1 หน่วยบริโภค แต่ไม่เกิน 2 หน่วยบริโภค ของอาหารระหว่างมื้อ (อาหารว่าง) หรือบริโภคร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นเป็นที่มีสารอาหารชนิดเดียวกันที่ให้สีเขียว ก็จะทำให้ได้รับสารอาหารนั้นในปริมาณสูงปานกลาง

2.สีเหลือง หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหาร อยู่ในกณฑ์ปานกลาง แต่หากบริโภคผลิตภัณฑ์นั้น มากกว่า 1 หน่วยบริโภค หรือบริโภคร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นเป็นที่มีสารอาหารชนิดเดียวกันที่มีสีเหลือง ก็จะทำให้ได้รับสารอาหารนั้นในปริมาณสูงขึ้น

3.สีแดง หมายถึง ปริมาณพลังงานหรือสารอาหาร อยู่ในเกณฑ์ที่สูงเกิน 2 เท่าของเกณฑ์ที่กำหนด หากบริโภคอาหารระหว่างมื้อที่มีสัญลักษณ์สีแดงในอาหารตัวใดตัวหนึ่ง ต้องพยายามลดการได้รับสารอาหารนั้น ๆ ในอาหารมื้อหลักต่อไป

4.สีฟ้า หมายถึง ปริมาณโปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 2 ซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีแต่มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์มาก

“หากผู้ใช้งานสแกนบาร์โค้ดบนผลิตภัณฑ์แล้วไม่พบข้อมูล ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพและแชร์รูปภาพของผลิตภัณฑ์ ค้นหน้าผลิตภัณฑ์ ข้อมูลโภชนาการ ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ และเลข อย.13 หลักเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลในแอพพ์ฯ ให้ทันสมัย และครบถ้วนอยู่ตลอดเวลา” พญ.พรรณพิมล กล่าว

ด้าน ทพ.สุปรีดา กล่าวว่า สสส. ได้ริเริ่มจุดประกายสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป สามารถรับรู้ เข้าใจ และเกิดความตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรค โดยในช่วงปี 2559 ได้นำเครื่องมือให้ความรู้ทางด้านโภชนาการ หรือแอพพ์ฯฟู้ดช้อยส์ ไปทดสอบการใช้งานในพื้นที่โรงเรียนนำร่องใน 4 ภูมิภาค ภายใต้โครงการโรงเรียนอ่อนหวาน 9 โรงเรียน ส่งผลให้เด็กนักเรียนเกิดความรู้และมีความเข้าใจเรื่องโภชนาการมากขึ้นถึง ร้อยละ 98 พร้อมทั้งได้นำข้อมูลจากการทดสอบมาใช้พัฒนาและปรับปรุงแอพพ์ฯ ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

“ในปี 2562 สสส.และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ขยายผลผลักดันให้แอพพ์ฯ ฟู้ดช้อยส์ เข้าไปเป็นหนึ่งในนโยบายเสริมสร้างการเรียนรู้ของเครือข่ายโรงเรียนปลอดน้ำอัดลมกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องโภชนาการของโรงเรียน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กวัยเรียนให้มีความรอบรู้และมีทักษะทางสุขภาพอีกด้วย” ทพ.สุปรีดา กล่าว

ด้าน นายชัย กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของเนคเทค-สวทช. มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง เพื่อสร้างฐานรากทางเทคโนโลยีให้กับประเทศ มีการทำงานร่วมกับ สธ. และพันธมิตรมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศน์ของการใช้เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาขึ้นให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก การสร้าง Big Data Analytics Platfom เชื่อมโยงข้อมูลอาหารและโภชนาการทั้งในและนอกรั้วโรงเรียน กับสุขภาวะของนักเรียนเพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเห็นข้อมูลสนับสนุนของตนเองได้ชัดเจน แอพพ์ฯ ฟู้ดช้อยส์ จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถทราบสถานการณ์และแนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่วางขายในท้องตลาดและพฤติกรรมการบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์เชิงลึกนี้วางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมสุขภาพได้อย่างตรงเป้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วิษณุ ปัดวิจารณ์คำปราศรัยม็อบ แนะข้อเรียกร้องแก้ รธน. มีขั้นตอนตาม กม.ต้องใจเย็นๆ
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ฝนฉ่ำ