สาธิต เผย 3 เพจดัง ฮีโร่สกัดฆ่าตัวตายแล้ว 70 ราย

สาธิต เผย 3 เพจดัง ฮีโร่สกัดฆ่าตัวตายแล้ว 70 ราย ผุดโฮปทาส์กฟอร์ซ ส่องสัญญาณร้ายในโซเชียล

วันนี้ (9 ตุลาคม 2563) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก ประจำปี 2563 “ความหวังและพลังใจ” (World Mental Health Day 2020) จัดโดยกรมสุขภาพจิต ที่เน้นการพัฒนานวัตกรรมและความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจิต เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของความหวังและพลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยสุขภาพจิตที่ดี

นายสาธิต กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งต่อสภาพวิถีชีวิต สภาวะเศรษฐกิจ และส่งผลต่อสุขภาพจิต การจะฟื้นฟูสถานการณ์ในครั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจิตด้วยการสร้างความหวัง การสร้างแรงใจเพื่อให้กลายเป็นพลัง ที่ถือป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งตรงกับหัวใจการทำงานของรัฐที่มีเป้าหมายลดความทุกข์และสร้างความสุขให้พี่น้องประชาชนไทยได้ อีกทั้งการผลักดันและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างสุขภาพจิตของคนไทยให้ดีขึ้น จะเป็นโอกาสที่สำคัญที่จะนำมาใช้ดูแลช่วยเหลือผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบ หรือมีภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เป็นแนวทางที่จะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิต ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติได้

กรมสุขภาพจิต โดยทีมเอ็มแคท (MCATT) ได้เข้าไปดูแลคนไทยในหลายเหตุการณ์ อย่างเช่น การปล้นทองที่ จ.ลพบุรี กราดยิง ที่ จ.โคราช กรณีทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ออกนอกสถานกักตัวไปในสถานที่ห้างใน จ.ระยอง ล่าสุดคือ เหตุการณ์ทำร้ายเด็กเล็ก ทางทีมเอ็มแคทก็ได้ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญคือปัจจุบันผู้ที่มีความเสี่ยง มักจะส่งสัญญาณการฆ่าตัวตายผ่านโลกโซเชียล ดังนั้นกรมสุขภาพจิตจึงร่วมมือกับเพจเฟซบุ๊กดังในหลายเพจ เพื่อยุติยับยั้งการฆ่าตัวตาย ซึ่งมีรายงานล่าสุดว่า สามารถยับยั้งได้ถึง 70 ราย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ต้องยอมรับว่าการคิดวิธีลงมือทำอาจจะไม่ดีเท่ากับการหาวิธีใหม่ๆ และต้องยอมรับว่าโลกนี้หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะต้องสูญเสียน้อยที่สุด” นายสาธิต กล่าว

ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2535 ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสุขภาพจิตโลก หรือ World Mental Health Day วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประชากรทั่วโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิต รวมถึงการร่วมมือเพื่อป้องกันและบำบัดรักษาผู้ที่เจ็บป่วยทางด้านจิตใจ โดยเฉพาะปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตและจิตเวชสำคัญอันทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชากรทั่วโลกก่อนวัยอันควร ซึ่งแต่ละปีการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อสังคมและเศรษฐกิจทั่วโลก

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินงานด้านการรณรงค์ สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของประชาชนให้มีความเข้มแข็งทางจิตใจ ความยืดหยุ่น และมีความเข้มแข็งของครอบครัว เช่น โครงการบ้านพลังใจ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นความร่วมมือสำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างพลังใจในครอบครัวให้เข้มแข็งและฝ่าฟันอุปสรรคต่างไปได้ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมและความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในอนาคต

“ปัจจุบันผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย จะส่งสัญญาณผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น ในวันนี้จึงเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิตและกองบังคับการปราบปราม ไปจนถึงผู้มีชื่อเสียงในโซเชียล ที่จัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษป้องกันการฆ่าตัวตาย และโฮปทาส์กฟอร์ซ (HOPE Task Force) เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายอย่างทันท่วงที โดยกิจกรรมวันสุขภาพจิตโลกประจำ 2563 ในครั้งนี้ประกอบด้วย การสาธิตขั้นตอนการปฏิบัติงานของทีมปฏิบัติการพิเศษป้องกันการฆ่าตัวตาย และ โฮปทาส์กฟอร์ซ พร้อมทั้งเวทีเสวนาบ้านพลังใจ เพราะบ้านเป็นพลังของใจ ปิดท้ายด้วยการทอล์กด้านสุขภาพจิต ในช่วง ME Talk : ม้านั่งสีขาวกับเรื่องราวของฉัน ตอน ความหวังและพลังใจ ” พญ.พรรณพิมล กล่าว

ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน แอดมินเพจหมอแล็บแพนด้า กล่าวว่า ในฐานะเพจหมอแล็บแพนด้า และอีก 2 เพจ คือ Drama-Addict และ แหม่มโพธิ์ดำ ได้ร่วมกันทำแพลตฟอร์มให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.โคราช ที่มีประชาชนส่งข้อมูลที่หลบซ่อนมายังเพจ และเพจได้ประสานต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยกระบวนการทำงานของทีมโฮปทาส์กฟอร์ซ คือเมื่อทางเพจเฟซบุ๊กได้รับข้อมูลจากลูกเพจในเบาะแสการฆ่าตัวตาย ก็จะส่งข้อมูลที่ได้รับไปยังกองปราบปราม เพื่อระบุพิกัดและส่งทีมไปข่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

“ผมอยู่ในกลุ่มไลน์ของทีมกรรมการหลายกลุ่ม แต่กลุ่มของกรมสุขภาพจิตและกองปราบ เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำงานไม่เว้นแต่ละวัน ทั้ง 24 ชั่วโมง และสามารถช่วยเหลือคนฆ่าตัวตายได้มากกว่า 70 ราย และเชื่ออย่างมากว่าหลังจากจบงานวันนี้ไป เราจะข่วยเหลือคนได้มากขึ้นและจะมีหลายอีกหลายเพจเข้าร่วมทีมด้วย” ทนพ.ภาคภูมิ กล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รัฐบาล-ส.บอลไทย ผนึก4ช่องฟรีทีวี ยิงสดศึกฟาดแข้งไทยลีก2020 จนจบฤดูกาลนี้
บทความถัดไปในหลวง-พระราชินี จะเสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 โปรดเกล้าฯ ปชช.กราบพระบรมรูป