เอาจริง!! สธ.เดินหน้าชงลดวันกักตัวโควิด-19 เหลือ 10 วัน พร้อมรับจีน-ไต้หวัน

6.11.20 | 16:41 น.
เอาจริง!! สธ.เดินหน้าชงลดวันกักตัวโควิด-19 เหลือ 10 วัน พร้อมเปิดรับทัวร์จีน-ไต้หวัน

วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการเสนอลดเวลากักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานกักกันโรค (Quarantine) จาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ละประเทศแตกต่างกัน ความเสี่ยงของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของประเทศต้นทาง คู่กับการจัดการความเสี่ยงในประเทศไทยด้วยระบบการกักกันโรคร่วมกับการตรวจวิธี RT-PCR

นพ.โสภณ กล่าวว่า ในช่วงแรกของการระบาดในเดือนมกราคม การกักตัวเป็นมาตรการที่ทุกประเทศใช้ แต่ในขณะนี้ร่วม 10 เดือน ที่โลกรู้จักกับโควิด-19 มีความเข้าใจและรู้จักธรรมชาติของการเกิดโรคดีขึ้นว่า เมื่อรับเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ร่างกายแล้วจะแสดงอาการป่วยภายใน 5-7 วัน และบางรายอาจจะมากกว่านั้น โดยผู้ที่ตรวจพบเชื้อหลังจากรับเชื้อไปแล้ว 10 วันเป็นต้นไป จะเป็นกลุ่มที่ไม่แสดงอาการหรืออาการน้อยมาก และจะไม่แพร่เชื้อต่อไปผู้อื่น เช่น กรณีผู้ติดเชื้ออาชีพดีเจ และผู้ติดเชื้อหญิงชาวฝรั่งเศส ที่ไม่แพร่เชื้อไปยังคนรอบข้าง

“ดังนั้นหลายประเทศจึงมีการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับธรรมชาติและสถานการณ์ของโรค หลายประเทศใช้ 10 วัน หลายประเทศใช้ 7 วัน โดยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ประเทศเยอรมนีจะใช้ 5 วันแล้ว อย่างไรก็ตาม การบริหารความเสี่ยงจะบริหารตามพื้นที่ต้นทาง ประเทศไทยมีอัตราป่วยต่ำ และยังมีหลายประเทศที่ใกล้เคียงกัน เช่น จีน มาเก๊า ฯลฯ และที่อัตราป่วยน้อยกว่าไทย เช่น เวียดนาม ไต้หวัน ฯลฯ และหลายประเทศที่สถานการณ์มากกว่าไทย 1 ระดับ แต่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ คือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ประเทศที่สถานการณ์มากกว่าเรา 2 ระดับ คือ รัสเซีย อิตาลี สิงคโปร์” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า มาตรการของไทยที่กำหนดให้ผู้เดินทางเข้าประเทศ จะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เป็นการลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่จะเดินทางเข้ามาได้อย่างน้อยน้อยละ 50 ทั้งนี้ จากการคำนวณหากมีผู้เดินทาง 1 ล้านราย จากประเทศที่มีความเสี่ยงเท่ากับไทยและเข้าสถานกักกันโรค โอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อที่หลุดรอดหลังกักกันโรคครบ 7 วัน ประมาณ 6 ราย หลุดรอดหลังครบ 10 วัน ประมาณ 1.5 ราย และ หากกักกันครบ 14 วันจะมีผู้ติดเชื้อที่หลุดรอดออกมาเพียง 0.3 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก ซึ่งจำนวนการกักตัว 10 วัน จะพบหลุดรอด 1.5 ราย และกักตัว 14 วัน หลุดรอด 0.3 ราย เป็นความเสี่ยงที่น้อยและแตกต่างกันไม่มากนัก เป็นเหตุที่หลายประเทศลดวันกักตัว และบางประเทศไม่กักตัวผู้เดินทางที่เดินทางจากประเทศไทย ขณะนี้จึงสนใจในประเทศที่มีความเสี่ยงเท่ากับหรือน้อยกว่าไทย

Advertisement

นพ.โสภณ กล่าวว่า ข้อมูลในประเทศไทยเพื่อหาการพบเชื้อโควิด-19 แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้เดินทางกลับจากประเทศซูดานใต้และเข้าสถานกักกันโรค พบผู้ติดเชื้อ 17 ราย จาก 77 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.1 โดยทั้งหมดตรวจพบเชื้อระหว่างวันที่ 0-9 ของการกักกันตัว ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่พบเชื้อภายใน 7 วันแรกจำนวน 15 ราย หรือร้อยละ 88.2 และอีก 2 ราย ตรวจพบเชื้อในวันที่ 9 ของการกักตัว

“ดังนั้น จากข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่า การกักกันโรค 10 วันจึงเพียงพอ โดยที่ประชุมกรรมการวิชาการภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อแห่งชาติ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ศปค.สธ.) และ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข (ศบค.สธ.) ให้ความเห็นตรงกันว่า หากจะดำเนินการลดจำนวนกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน จะเริ่มจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และจะต้องประสานงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นพ.โสภณ กล่าวว่า โดยผู้ที่อยู่ในประเทศต้นทางตามความเสี่ยงต่ำ หากต้องเข้าเดินทางเข้าไทย จะต้องติดต่อไปยังสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อขออนุญาตและดำเนินการตามมาตราการคือ 1.ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ภายใน 72 ชั่วโมง 2.ทำการจองที่พักโรงแรมสถานกักกันโรคในไทย 3.ทำประกันสุขภาพที่มีวงเงินคุ้มครอง 100,000 เหรียญสหรัฐ 4.ใบอนุญาตเข้าประเทศไทย (COE) จากนั้นเมื่อเดินทางถึงไทย เข้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและคัดกรอง เมื่อผ่านแล้วเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะสั่งกักกันโรค 10 วัน ต่อไปทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะตรวจสอบใบอนุญาตเดินทาง และให้โรงแรมสถานกักกันฯ รับตัวไปเพื่อกักตัว และที่สำคัญคือ ระหว่าง 10 วัน จะตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ครั้ง คือ 0, 5 และ 9 ของการกักตัว ตรวจเลือดหาแอนติบอดี้ในวันที่ 0 และ 9 หากพบเชื้อก็จะส่งไปรักษา ในกรณีที่ตรวจไม่พบเชื้อทั้ง 3 ครั้ง เมื่อครบ 10 วันแล้ว ในวันที่ 11 ก็จะได้รับอนุญาตให้ออกจากสถานกักกันฯ

“เมื่อครบ 10 วัน และในวันที่ 11 ที่ออกจากสถานกักกันฯ จะต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพื่อติดตามตัวได้ วัดไข้สังเกตอาการทุกวัน หากผิดปกติต้องรีบรายงานโดยเร็ว และในกรณีที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ และไม่เข้าพื้นที่แออัดเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยสรุปคือ เสนอให้ลดการกักกันโรคจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน เริ่มต้นจากประเทศที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกับไทย ด้วยเหตุที่ความเสี่ยงไม่แตกต่างกัน แต่จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และเหตุผลสำคัญคือ การพบผู้ติดเชื้อหลังจาก 10 วันแล้วมักจะไม่มีอาการ ขึงมีโอกาสแพร่เชื้อน้อย แต่ก็ต้องป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่างและมีระบบติดตามตัว” นพ.โสภณ กล่าว