ม็อบแท็กซี่ บุก ทส. ร้องขอขยายอายุ-เจรจา ‘วราวุธ’ เดือดร้อนหนักโควิดทำรายได้ลด

ม็อบแท็กซี่ บุก ทส. ร้องขอขยายอายุ-เจรจา ‘วราวุธ’ เดือดร้อนหนักโควิดทำรายได้ลด รัฐห่วงรถเก่าปล่อยฝุ่นพิษ PM.2.5 สูง นักวิชาการแนะอุดหนุนแท็กซี่ไฟฟ้า-ตรวจสภาพเข้ม

วันที่ 9 พฤศจิกายน กลุ่มแท็กซี่กว่า 100 คัน นำรถแท็กซี่ มาชุมนุมที่บริเวณหน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ภายใน ซ.พหลโยธิน 7 (ซ.อารีย์) ทำให้การจราจรติดขัดไปจนถึงบริเวณปากซอย ทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ ขยายอายุรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี เนื่องจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นหน่วยงานที่จะร่วมกับกรมขนส่งทางบก ในการออกเกณฑ์ตรวจสอบรถแท็กซี่ ทั้งด้านโครงสร้างรถ ระบบความปลอดภัยและมลพิษ โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จะส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ โดยไม่ต้องเป็นภาระแก่เจ้าของรถแท็กซี่ที่ต้องมารับผิดชอบในส่วนนี้

เบื้องต้นนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นตัวแทนพูดคุยกับสหกรณ์แท็กซี่ มาที่ขอพบนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯโดยต้องการให้ขยายอายุแท็กซี่ทั้งหมดจนถึง 12 ปี แต่เบื้องมีการพูดคุยว่าจะขยายบางส่วนห้วงเวลา 3 ปี เพราะต้องคำนึงถึงปัญหามลพิษทางอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 และต้องมีการตรวจสภาพตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เพราะมีการศึกษาแล้วว่ายิงรถเก่ายิ่งมีมลพิษสูง ตอนนี้ยังคุยนอกรอบ และแท็กซี่ยังยืนยันว่าจะพบนายวราวุธ

“จากการสำรวจของคพ.ล่าสุดวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มีจำนวน 80,752 คัน แยกตามอายุ อายุไม่เกิน 3 ปีจำนวน 32,176 คัน อายุ 4-6 ปี จำนวน 23,206 คัน อายุ 7-9 ปี จำนวน 21,222 คัน และอายุ 10-20 ปีขึ้นไป จำนวน 4,148 คัน” นายอรรถพล กล่าว

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมด้วย นายอรรถพล ได้เจรจากับกลุ่มเครือข่ายคนขับรถแท็กซี่ โดย นายศดิศ ใจเที่ยง นายกสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย และนายพัลลภ ฉายินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานรถยนต์นั่งสาธารณะ(แท็กซี่) ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกี่ยวกับการร้องขอให้รัฐบาลเยียวยาผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ ขยายอายุรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี เนื่องจากรายได้ลดลงจากปัญหา covid-19 ยังไม่เป็นที่พอใจ เนื่องจาก นายวราวุธ ให้ความกังวลเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษฝุ่น PM 2.5 ทำให้กลุ่มคนขับแท็กซี่ปักหลักชุมนุมประท้วงอยู่ด้านหน้าของกระทรวงทรัพยากรจนกว่าจะได้พูดคุยกับนายวราวุธ เพื่อให้ทบทวนการพิจารณาต่ออายุรถแท็กซี่เป็น 12 ปี

Advertisement

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกพบในพื้นที่กทม.มีรถแท็กซี่รวม 90,000 คัน แต่พบมีแท็กซี่สามารถต่ออายุได้เพียง 25,000 คันเท่านั้น จะเกิดภาระกับคนขับรถแท็กซี่ที่รถจะอายุเกิน 9 ปีในอีก 3 ปีข้างหน้าจำนวนมาก ซึ่งจะต้องแบกรับภาระค่างวดรถ เพราะกลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่ไม่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับการเยียวยากระทบจากโรคโควิด-19 หากยังไม่ได้รับคำตอบเป็นที่พอใจจะเดินหน้าเรียกร้องใหม่และยกระดับข้อเรียกร้องด้วย

นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การขยายอายุของรถแท็กซี่เป็นการเพิ่มปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะรถแท็กซี่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา PM2.5 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเป็นรถยนต์เก่า มีการใช้งานในอัตราค่อนข้างสูงกว่ารถปกติโดยทั่วไป การปล่อยมลพิษก็มากกว่ารถบ้านทั่วไปที่ใช้ก๊าซ LPG หรือ CNG เหมือนกัน แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้รถแท็กซี่มีรายได้ลดลงกว่าปกติ การขยายอายุการใช้งานของรถยนต์แท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี เป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยให้แท็กซี่สามารถทำมากินได้เพิ่มขึ้นรัฐบาลก็ควรจะให้การช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ด้วย แต่จะต้องไม่ทำให้ไปมีผลกระทบกับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง

“การเพิ่มอายุรถแท็กซี่จาก 9 เป็น 12 ปี ก็เป็นการเพิ่มปัญหาสิ่งแวดล้อม มลพิษ PM2.5 คนที่รับผลกระทบนี้เป็นประชาชนทุกคน โดยเห็นได้จากปัญหา PM2.5 ในรอบปีที่ผ่านมา” นายธงชัย กล่าว

นายธงชัย กล่าวว่า ทางออกของเรื่องนี้ ที่มีความเป็นได้และไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหรือกระทบน้อยที่สุดเสนอ 2 แนวทางแนวทางที่ 1 การปรับเปลี่ยนรถแท็กซี่เก่าที่ครบ 9 ปี เป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้า (EV conversion) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า เช่น 200,000 บาทต่อคัน ให้รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งอีก 100,000 บาท เป็นความรับผิดชอบของเจ้ารถแท็กซี่การเปลี่ยนเป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้า ทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมลพิษลดลง ขณะเดียวกันทำให้เจ้าของรถแท็กซี่ไฟฟ้าสามารถวิ่งรถทำมาหากินได้ระยะเวลาที่อาจจะมากกว่า 3 ปี แนวทางที่ 2 การจะต่ออายุรถแท็กซี่ที่หมดอายุ ก่อนอนุญาตต้องมีการตรวจสอบ รถแท็กซี่ทั้งด้านโครงสร้างรถ ระบบความปลอดภัยและมลพิษ โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image