ศบค.ชุดใหญ่ ไม่อนุมัติกักตัว 10 วัน สั่ง สธ.หาข้อสรุปใหม่

ศบค.ชุดใหญ่ ไม่อนุมัติข้อเสนอกักตัว 10 วัน สั่ง สธ.หาข้อสรุปใหม่ หลังพบคำถามเพียบ

วันที่ 18 พฤศจิกายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า กรณีข้อเสนอเรื่องการลดวันกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ จาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด เป็น Area Quarantine ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอนั้น พบว่า ความเสี่ยงในการติดเชื้อไม่มีความแตกต่างจากการกักตัว 14 วัน

“เพราะจากการเก็บข้อมูลในสถานที่กักตัวนั้น พบว่าการตรวจเจอเชื้ออยู่ในระหว่างวันที่ 7 ของวันกักตัว แต่ที่ประชุม ศบค.มีการตั้งคำถามกันมาก จึงมีข้อสรุปว่า ให้ถอนเรื่องนี้ออกไปก่อน โดยให้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก และ สธ.หารือและลงรายละเอียดอีก 2-4 สัปดาห์ และในช่วงปลายเดือนหน้าให้นำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่อีกครั้ง ยืนยันว่าที่ประชุมคิดกันอย่างรอบคอบ และยืนยันว่ายังเป็นการกักตัว 14 วัน แม้ทั่วโลกจะปรับเป็น 10 วัน แต่เราต้องคิดกันว่า หากจะเป็น 10 วัน จะทำอย่างไรที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมากกว่านี้ ในอีกเดือนกว่าๆ นี้ ศบค. และ สธ.จะทำการบ้านเพิ่มเติม และเสนอรูปแบบใหม่เพิ่มเติมต่อไป” โฆษก ศบค.กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ข้อเสนอในที่ประชุมเพื่อพิจารณาให้แรงงานต่างด้าวบริเวณชายแดน เข้ารับการกักกันตัวในสถานการณ์ที่หน่วยงานจัดให้ (Organization Quarantine) เพื่อป้องกันการระบาดโควิด-19 กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย ดังนั้น ในที่ประชุมจึงมีมติอนุมัติพิจารณาใช้งบประมาณจากทำสถานกักกันสำหรับแรงงานต่างด้าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชมคนไทยว่าในตอนนี้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดัชนีที่แสดงถึงการฟื้นตัวของแต่ละประเทศจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลก โดยได้รับการประเมินคะแนนที่ดีที่สุดในมิติด้านการฟื้นตัวและมิติการรุนแรงของการระบาด นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา รายงานดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพ หรือ Global Health Security Index 2019 จากทั้งหมด 195 ประเทศ พบว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 6 ของโลกและอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย พร้อมได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 13 ประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดได้มากที่สุด และเว็บไซต์ข่าวชื่อดังของสหรัฐอเมริกา U.S.News And World Report เผยว่า ผลการจัดอันดับของประเทศที่เหมาะสมในการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก ยกให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก

“เราทำผลงานได้ดีในเรื่องของการควบคุมโควิด-19 และเราจะยังคงใช้ประโยชน์จากการควบคุมสถานการณ์ได้ดี จะเห็นได้ว่าเราเดินทางภายในประเทศได้อย่างอิสระเสรี และในวันหยุดยาวก็สามารถเดินทางได้ แต่ต่างประเทศทั่วโลกยังคงจำกัดพื้นที่ให้อยู่กับบ้าน ยังมีการล็อกดาวน์อยู่ทั่วโลก ดังนั้นเราต้องใช้ประโยชน์จากการควบคุมโรคนี้อย่างน้อยที่สุดพ่อแม่พี่น้องเราได้เจอหน้าเจอตากัน เราได้เดินทางข้ามจังหวัดกัน จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันตรงนี้ให้ทำไปอย่างยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอให้การระบาดระลอก2 หรือ 3 อย่าเกิดขึ้นกับประเทศไทย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สหพันธ์แบดมินตันโลกเลือกไทยจัดศึกขนไก่คนพิการโลก ปี 2023
บทความถัดไป‘นายกฯ’ ย้ำ ศบค.ดูตะเข็บชายแดนให้ดี หวั่นแรงงานต่างด้าวฉวยเคลื่อนตัวหยุดยาวปีใหม่