“โฆษกทม.” รับ ฝุ่นในกรุงเทพหนาแน่นขึ้น จ่อสั่งโครงการใหญ่หยุดก่อสร้าง 2-3 วัน
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงว่า สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในกรุงเทพมหานครในวันนี้ คือ ฝุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 74.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. อยู่ที่ 60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงได้ออกมาตรการเตรียมพร้อม เป็นแผนปฎิบัติประมาณสองเดือน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ โดยสิ่งที่กรุงเทพมหานครกลับไปแล้วตามปกติจะมีมาตรการ 12 มาตรการ คือ การกำกับดูแลพื้นที่ก่อสร้างที่เป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นเป็นจำนวนมาก เรื่องการงดกิจกรรมการแจ้งของทางโรงเรียนต่างๆ เช่น เข้าแถว กิจกรรมอื่นๆที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะได้รับฝุ่นจนเป็นอันตราย เรื่อง การกวดขันการเผาในพื้นที่โล่งโดยเฉพาะเขตรอบนอกนคร การล้างถนน การฉีดละอองน้ำจากตึกอาคารสูงและการเปิดคลินิกมลพิษ เหล่านี้คือมาตรการสำคัญที่ทางกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการไปแล้ว ในสถานการณ์ปกติ
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า แต่เนื่องจากสถานการณ์ได้มีการเพิ่มระดับมากขึ้น และคาดการณ์ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะทรงอยู่ประมาณ 2-3 วัน แล้วจะพักไปช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาอีกในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงเป็นระดับสอง จึงต้องเพิ่มมาตรการมากขึ้น โดยเพิ่มมาตรการหลักคือ การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เผา อย่างเข้มข้นมากขึ้นโดยประสานให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานกับเขต เพื่อไปตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นการเผาน้อยหรือเผามาก เพื่อขอความร่วมมือให้ไม่เผา นอกจากนี้ยังมีการออกหน่วยสาธารณสุขโดยการนำรถของกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปในพื้นที่ที่มีฝุ่นจำนวนมาก เช่น ดินแดง เพื่อให้หน่วยบริการสาธารณสุขเข้าช่วยประชาชน
ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า สำหรับกิจกรรมก่อสร้าง ทางกรุงเทพมหานครยกระดับ การก่อสร้างขนาดใหญ่ การก่อสร้างรถไฟฟ้า หรือก่อสร้างที่ทำให้เกิดฝุ่นมาก หรือการก่อสร้างที่คาดว่าจะทำให้เกิดฝุ่นมาก ก็จะยกระดับในช่วง 2-3 วันนี้ เพราะคาดการณ์ว่าจะมีค่าฝุ่นสูงโดย ให้สามารถก่อสร้างต่อได้ในส่วน กิจกรรมที่ทำไม่ให้เกิดฝุ่น เช่น การตกแต่งภายใน ทาสี แต่สำหรับการที่จะทำให้เกิดฝุ่นจำนวนมาก อาทิ ขนดิน ขุด เจาะ ถม ในโครงการขนาดใหญ่เราก็จะประสานขอให้งด 2-3 วันนี้ก่อน
ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการถามกันมากเรื่องการปิดโรงเรียน ทางกรุงเทพมหานครได้ให้ผู้อำนวยการเขต กับผู้อำนวยการโรงเรียน พิจารณาโรงเรียนที่จะปิดก่อนในช่วง 2-3 วันนี้ เนื่องจากอาจมีบางพื้นที่มีค่าฝุ่นสูง ทำให้บางโรงเรียนที่มีเด็กเล็กและเกิดความเสี่ยง แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น กรุงเทพมหานครก็จะยกระดับขึ้นไประดับสาม โดยผู้บัญชาการสถานการณ์คือ ผู้ว่ากทม. ได้มีแผนเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว
ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า สำหรับการฉีดพ่นน้ำมีหลายลักษณะ จึงขอรณรงค์ 4 ลักษณะ 1. ฉีดพ่นละอองน้ำใส่ต้นไม้ไปไม้ เพราะเปรียบเสมือนเครื่องกรองอากาศ เพื่อช่วยประสิทธิภาพในการ กรองอากาศ 2. ฉีดน้ำเพื่อพ่นล้างถนน เพราะเป็นพื้นที่ที่ฝุ่นจะตกลงพื้น เพื่อชะล้างลงท่อระบายน้ำ 3. พื้นที่ก่อสร้างที่จะทำให้เกิดฝุ่นมากได้ก็จะฉีดน้ำเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้าง 4.ฉีดน้ำจากบนอาคาร โดยขอใช้น้ำปริมาณมากพอควรเพื่อดักจับฝุ่น ทำให้ฝุ่นอ้วนขึ้นแล้วตกสู่พื้น แล้วทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าว และคนที่อยู่ในอาคารปลอดภัยจากฝุ่นPM 2.5 ส่วนการฉีดน้ำขึ้นฟ้า ที่ไหนหน่วยงานทำอยู่นั้นสามารถช่วยลดPM2.5 ได้นิดหน่อย จึงขอความร่วมมือขอให้ใช้การฉีดพ่นน้ำ4ลักษณะที่ได้กล่าวไปข้างต้น
“ยืนยันว่ากรุงเทพมหานครมีความพร้อมที่จะรับสถานการณ์นี้เพราะเราเตรียมการมากกว่า3เดือน ถ้าสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นเราก็พร้อมที่จะใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น แต่ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเราก็พร้อมที่จะลดมาตรการลง กรุงเทพมหานครจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้คนในกรุงเทพ มีสุขภาพดี” ร.ต.อ.พงศกรกล่าว

