เก้งเผือกหาย สงสัยคนเลี้ยง จ่อแจ้งจับ ก.พ. นี้

22.01.21 | 16:47 น.

เก้งเผือกหาย สงสัยคนเลี้ยง จ่อแจ้งจับ ก.พ. นี้ เรียกอดีตผอ.สวนสัตว์สงขลาให้ปากคำ ขยายผลต่อ


กรณีที่เกิดเหตุ สัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์สงขลา ได้ก่อเรื่องอุกอาจฆ่าผู้อำนวยการสวนสัตว์ ขณะที่ลงไปสืบสวนเรื่องราวการหายไปของเก้งเผือกพระราชทาน ที่สวนสัตว์สงขลา โดยต่อมานายสัตวแพทย์ได้ฆ่าตัวตายตาม เมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมานั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้แต่งตั้ง นายเฉลิมชัย ปาปะทา ผู้ตรวจราชการ ทส. เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 22 มกราคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายเฉลิมชัย ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไปจากสวนสัตว์สงขลา โดยมี นายสมปอง ทองสีเข้ม ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกรรมการ รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นกรรมการ รศ.เจษฐ์ โทณะวณิก บอร์ดองค์การสวนสัตว์ฯ เป็นกรรมการ และนายวิสาล ทฤษฏิคุณ เลขานุการ ร่วมแถลงข่าวการสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เดือนตุลาคม 2563 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเก้งเผือกหายไปจากสวนสัตว์สงขลา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 รวมทั้งปัญหาการดำเนินการในสวนสัตว์สงขลา โดยมีการแต่งตั้งอนุกรรมการมา 2 ชุด ชุดแรกมี พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. สอบเฉพาะเก้งเผือกที่หายไป และอนุกรรมการชุดที่ 2 นายสมปอง สอบเรื่องปัญหาการดำเนินการในสวนสัตว์สงขลา โดยทั้ง 2 ชุด ลงพื้นที่สวนสัตว์สงขลา ตรวจสอบกรงสัตว์เลี้ยง สวนแสดงเก้งเผือก พยานวัตถุ คือ ซากเก้ง กระดูก และซากในท้องงูเหลือม

ทั้งนี้ เก้งเผือกทั้ง 2 ตัว เป็นลูกของเก้งเผือก ชื่อ คุณมูมู่ (เพศผู้) ที่ผสมพันธุ์กับเก้งธรรมดา (เพศเมีย) ซึ่งเป็นพ่อเดียวกันและคนละแม่ ตัวแรก คือ คุณภาค เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 โดยทางสวนสัตว์สงขลาแจ้งว่าถูกงูเหลือมกิน เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ขณะอายุ 9 เดือน ส่วนตัวที่ 2 ชื่อ คุณภูมิ เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 และหายไปเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ขณะที่สวนสัตว์สงขลารายงานผลเดือนมีนาคม 2563 มายังบอร์ดองค์การสวนสัตว์ โดยแจ้งใน 3 ประเด็น คือ 1.หลุดลอดออกไป 2.ถูกงูกิน และ 3.ถูกขโมย แต่ไม่ได้มีการสรุปผลถึงสาเหตุที่แท้จริง จึงต้องมีการตรวจสอบในพื้นที่ รวมทั้งการตรวจสอบทางดีเอ็นเอ

Advertisement

ขณะที่ รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา กล่าวถึงผลตรวจสอบทางดีเอ็นเอ ว่า ซากคุณภูมิ มีลักษณะแห้งเป็นโครงกระดูก มีขากรรไกร หนังและขนติดอยู่ จากการตรวจสอบของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสัตวแพทย์กรมอุทยานฯ ร่วมพิสูจน์โดยตาเปล่า และใช้กล้องจุลทรรศน์ ตรวจสอบจากขากรรไกร พบว่าซากมีขนาดเล็กกว่า 3 เดือน คาดว่าเป็นเก้งอายุ 1 เดือน ส่วนสีขนเป็นเก้งธรรมดา จึงมีข้อสรุปว่า ไม่มีความสัมพันธ์เป็นลูกของคุณมูมู่ และไม่ใช่เก้งเผือก

รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา กล่าวว่า ส่วนคุณภาค โดยการเก็บตัวอย่างทั้งงูเหลือม ซากเก้งที่แช่แข็งเอาไว้ ซึ่งมีการสงสัยว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่นั้น แต่ผลตรวจสอบพบว่าถูกงูเหลือมกินจริงๆ ส่วนขนของเก้งเป็นสีขาว ขนาดขากรรไกรสอดคล้องกับอายุของคุณภาค อายุ 9 เดือน มีข้อสรุปว่า มีความสัมพันธ์กับคุณมูมู่ และเป็นเก้งเผือก

ส่วนกรณีเก้งเผือก (คุณภูมิ) หายไป รศ.เจษฐ์ เผยว่า การดำเนินการองค์การสวนสัตว์ฯ สอบสวนในเชิงชีววิทยาและทางกายภาพ มีการสอบพยานบุคคล ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เข้าออก และเจ้าหน้าที่ดูแลคุณภูมิ 2 -3 คน แต่บุคคลที่ต้องสงสัยมากที่สุด คือ 1 ในคนเลี้ยงคุณภูมิ สืบประวัติมีความน่าสงสัย เคยต้องคดีอาญา โดยข้อสรุปดังกล่าวจะนำเสนอนายวราวุธ เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ก่อนมอบอำนาจให้บอร์ดองค์การสวนสัตว์ดำเนินการต่อไป คาดว่าจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับคนเลี้ยงต้องสงสัยรายนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งขณะนี้เราต้องเก็บพยานหลักฐานทำอย่างรอบคอบ

รศ.เจษฐ์ กล่าวว่า ส่วนจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับกรณีเก้งเผือกหายไปหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนขยายผลว่าเกี่ยวเนื่องกับเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ฯ คนอื่นอีกหรือไม่ รวมทั้งอดีตผอ.สวนสัตว์สงขลา ที่แม้ว่าขณะนี้จะลาออกไปแล้ว แต่ตำรวจสามารถเรียกมาสอบปากคำได้ อีกทั้งยังมีคดีนอแรดหาย และคดีนกแก้วมาร์คอหายไป 13 ตัว ที่เกี่ยวข้องกับสวนสัตว์สงขลา ซึ่งคดีทั้งสองตำรวจกำลังสอบสวนอยู่เช่นกัน

ส่วนคุณภูมิที่หายตัวไป คาดว่ายังอยู่ในไทย เพราะส่งออกนอกประเทศน่าจะยาก และอาจจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน

ด้านผลการตรวจสอบการบริหารจัดการสวนสัตว์สงขลา นายสมปอง เผยว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การบริหารจัดการ และมาตรฐานการจัดการสวนสัตว์ โดยการบริหารจัดการพบว่า ผู้บริหารไม่มีความรัดกุมเพียงพอ หละหลวม ไม่เอาใจใส่ส่งผลให้เกิดปัญหาสัตว์ป่าหาย และทุกเรื่องต้องรอการตัดสินใจจากผู้บริหาร เกิดความล่าช้า เช่น เรื่องสัตว์หาย มีการแจ้งความล่าช้า ส่วนคดีนอแรด พบว่าไม่มีระเบียบการจัดการซากสัตว์ป่า เปิดช่องการทุจริตของเจ้าหน้าที่ได้ เกิดความเสื่อมเสียแก่ภาพพจน์ของสวนสัตว์ ซึ่งนอแรดถือเป็นความต้องการของตลาดมืด เป็นอาชญากรรมข้ามขาติ

นายสมปอง กล่าวว่า ส่วนมาตรฐานสวนสัตว์ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 33 มีสาระสำคัญ 8 ด้าน โดยจากการตรวจสอบสวนสัตว์สงขลา มีข้อสรุป คือ 1.การจัดการพื้นที่เลี้ยงและจัดแสดง พบมีความเสื่อมโทรม หญ้ารกทึบ 2.การดูแลด้านโภชนาการ พบมีความไม่สะอาด ค่อนข้างสกปรก 3.การสุขาภิบาล การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดของเสีย และการควบคุมโรค สวนสัตว์ทำได้ดี 4.การดูแลรักษาสัตว์ ซึ่งมีสัตวแพทย์เพียง 2 คน จึงไม่เพียงพอต่อการดูแลสัตว์ทั้งหมดได้

5.การจัดสวัสดิภาพสัตว์ ทำได้ไม่ดี 6.ความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย ทำได้ไม่ดีเช่นกัน 7.การปฏิบัติการและมาตรการฉุกเฉิน ไม่มีความรัดกุม และ 8.แนวทางให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า สวนสัตว์สงสขา ทำได้ดี จึงสรุปได้ว่ามาตรฐานสวนสัตว์ ในสาระสำคัญทั้ง 8 ข้อ สวนสัตว์สงขลาทำได้ดีตามมาตรฐานเพียง 2 ข้อเท่านั้น

ด้าน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ผลสรุปทั้งหมดจะรายงานต่อนายวราวุธ เมื่อเห็นว่าครบถ้วนเรียบร้อย จะมีการส่งเรื่องต่อให้บอร์ดองค์การสวนสัตว์ฯ ดำเนินการต่อ ทั้งเรื่องคดี รวมทั้งการลงพื้นที่ตรวจสอบสวนสัตว์ทุกแห่งภายใต้สังกัดทส. เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มีการลงทะเบียนสัตว์อย่างถูกต้อง รัดกุม ไม่ปล่อยช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบค้าสัตว์ป่า