‘อนุทิน’ ย้ำหนักแน่นวัคซีนโควิดฉีดฟรี ไม่มีเสียเงิน พบแอบอ้าง ดำเนินคดีเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุม “คิกออฟ อสม.พร้อมบอกต่อเรื่องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19” ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอทางไกล
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว 317,600 โดส ที่มาจาก 2 แหล่งในเวลาเดียวกัน เป็นนิมิตหมายอันดีในการเข้าถึงวัคซีนของประเทศไทย ตนย้ำว่าเป็นวัคซีนเพื่อคนไทยและทุกคนที่อาศัยในประเทศไทย เพื่อการป้องกันโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัคซีนล็อตแรกรัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพทั้งหมด หากมีใครแอบอ้างว่าจะต้องจ่ายค่าดำเนินฉีดวัคซีนโควิด-19 จะต้องดำเนินการทางคดีให้เด็ดขาด เพราะค่าใช้จ่ายในการฉีด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายซื้อวัคซีนและค่าบริหารจัดการ
นายอนุทินกล่าวว่า วัคซีนที่ได้รับจากบริษัทซิโนแวค ประเทศจีน จำนวน 200,000 โดส ที่ได้รับเมื่อวานนี้ (24 กุมภาพันธ์) เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประเทศไทยได้ตกลงกับบริษัทผู้ผลิตทุกประการ นอกจากนั้นในวันเดียวกัน ประเทศไทย ก็ได้รับวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า อีก 117,600 โดส ที่เกิดจากความพยายามเจรจา โดย นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีน และ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เป็นการจัดหามาเพื่อป้องกันความผิดพลาด กรณีหากอีกบริษัทไม่สามารถจัดส่งมาได้ และเพื่อลบข้อครหาว่าเราไม่มีแผนสำรอง
นายอนุทินกล่าวว่า วัคซีนจากบริษัทซิโนแวค จะเข้ามาเพิ่มเติมในเดือน มี.ค. 800,000 โดส และเมษายน 1,000,000 โดส รวมเป็น 2 ล้านโดส และต่อไปในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน วัคซีนจากแอสตร้าฯ ที่ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นล็อตผลิตในประเทศไทย จะทยอยออกมา โดยเดือนแรกๆ จะนำมาฉีดให้ประชาชนประมาณ 5 ล้านโดสต่อเดือน และระยะถัดไปจะขยายเป็น 10 ล้านโดสต่อเดือน จนครบ 61 ล้านโดส ซึ่งเมื่อแยกกลุ่มผู้ที่มีข้อจำกัดในการได้รับวัคซีนออก เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ จำนวนวัคซีนที่เราจัดหาไว้ก็จะครอบคลุมในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่ควรได้รับวัคซีนในประเทศไทยทุกคน
“ขอให้ อสม.ไปทำความเข้าใจให้ประชาชน สธ.ยืนยันว่าผู้ที่ควรจะได้รับวัคซีนจะได้รับอย่างครบถ้วน โดยคาดว่าหลังปี 2564 หรือไตรมาสสุดท้ายของปี จะมีวัคซีนออกมาให้เราเลือกมากมาย ดังนั้น ขณะนี้เราไม่จำเป็นต้องรีบซื้อวัคซีน แต่ส่วนที่เราซื้อมาแล้ว ก็ต้องรีบใช้” นายอนุทินกล่าว



