“กรมอุทยานฯ” ตั้งศูนย์ภาพถ่ายทางอากาศฯอำนวยความสะดวกปชช.ตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ-ขายที่ดิน
เมื่อวันที่16 มี.ค2564 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย ทส.ยกกำลัง2บวก4ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในปีพ.ศ.2564 ขอให้ปฏิบัติงานหนักขึ้นเป็นสองเท่าในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยเหลือประชาชนทุกมิติ ทุกด้าน
นายนิพนธ์ฯเปิดเผยต่อไปว่า จากที่ผ่านมา หลังจากได้มีการแจ้งความดำเนินคดี และขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี ไปแล้ว เกือบ500ไร่ ได้มีประชาชน ได้เข้ามาปรึกษา หรือขอคำแนะนำ ในเรื่องการตรวจสอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดินที่อยู่ในป่าหรือติดป่า ก่อนที่จะมีการ ซื้อ-ขาย หรือลงทุนในที่ดินที่มีลักษณะดังกล่าว ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี เป็นจำนวนมาก
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือ ให้กับประชาชน ทุกมิติทุกด้านตามนโยบายของรัฐมนตรี วราวุธฯ ประกอบกับหนังสือกรมอุทยานฯที่ทส.0910. 1203 /ว ล.997 ลงวันที่15ก.ย.2563 เรื่อง มาตรการในการตรวจสอบฯ โดยกรมอุทยานฯสั่งให้ทุกสำนักฯดำเนินการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบด้วยกฎหมายในเขตป่าอนุรักษ์ แล้วให้ดำเนินการตามระเบียบ และกฎหมาย
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานภาพถ่ายทางอากาศ ลงวันที่ 4 มี.ค. 2564 โดยมี นายประเดิม เข็มประดับ เป็นหัวหน้าศูนย์ ฯนางสาวหฤทัย ประดับไข่มุก นักวิชาการภูมิสารสนเทศ นายธิติพงศ์ มีศรี เจ้าหน้าที่ภูมิสารสนเทศ ประจำศูนย์ฯ

หากประชาชน ต้องการ คำปรึกษา หรือคำแนะนำ ก่อนจะซื้อ-ขาย หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือโฉนดที่ดินที่อยู่ในป่าหรือติดป่า หรือลงทุนทำกิจการในที่ดินที่มีลักษณะดังกล่าว ในเขตจังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ว่า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่ง
ชาติ หรือไม่
และสามารถตรวจสอบภาพภ่ายทางอากาศย้อนหลังถึงปีพ.ศ.2495-2499 เป็นข้อมูลเบื้องต้นได้ว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือโฉนดที่ดินออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากประชาชาชนแจ้งชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และค่าจุดพิกัดGPSรอบแปลงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือโฉนดที่ดิน ก็สามารถให้คำตอบกับประชาชนได้
เพื่อเป็นข้อมูลให้กับประชาชนก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ-ขายที่ดิน หรือลงทุนทำกิจการในที่ดิน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่างๆในภายหลัง สามารถโทร ขอคำปรึกษา หรือ ขอคำแนะนำ หรือให้ไปตรวจสอบหนังสือรับการทำประโยชน์ หรือโฉนดที่ดิน ติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการภาพถ่ายทางอากาศ สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี รหัสไปรษณีย์ 70110 เบอร์โทร 0910599459 0989796025 ในเวลาราชการ

และในวันนี้16 มี.ค.2564 ตนเองได้สั่งการให้นาย เทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม นายเผดิม เข็มประดับ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติงาน ภาพถ่ายทางอากาศ ฯและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 10 นายได้เดินทางไป ตรวจสอบ น.ส.3 เล่ม1หน้า112 ออกในปี พ.ศ. 2527 จำนวนเนื้อที่ประมาณ 98 ไร่ บริเวณ เขื่อนวชิราลงกรณ์ บ้านท่าแพ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยบริเวณดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างร้านกาแฟ ร้านอาหาร และที่พัก โดยมีนายเชิดชัย ประสงค์ เป็นตัวแทนของบริษัท ประจวบอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ถือสิทธิครอบครองที่ดินน.ส. 3 ดังกล่าว ได้ยินยอมให้เข้าไปในพื้นที่และเป็นผู้นำตรวจ
คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินรอบแปลง ใช้เครื่องมือ GPS จับจุดพิกัด รอบแปลง ได้จำนวน 4 จุด นำไปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์คำนวนพื้นที่ และถ่ายทอดในแผนที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมที่ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติในพ.ศ.2534 อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ประกาศเมื่อปี พ.ศ.2552 และถ่ายทอดลงในแผนที่ ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ 634 ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช้างเผือก ตำบลหนองลู ตำบลปลังเผล อำเภอสังขละบุรี ตำบลปิล็อก ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ประกาศ เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติปีพ.ศ.2516
ปรากฏว่า น.ส.3 ฉบับดังกล่าว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 36 ไร่ 2งาน79 ตารางวา ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิจำนวน 6ไร่ 3งาน 82 ตารางวาและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช้างเผือกฯ 35 ไร่ 56ตารางวา
ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง ปีพ.ศ.2495- 2499 ปรากฏว่า ในแปลง น.ส.3 จำนวน 98 ไร่ ดังกล่าวไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์ แต่อย่างใด
ขั้นตอนต่อไป ทางคณะเจ้าหน้าที่ จะทำหนังสือถึง สำนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี สาขาทองผาภูมิ เพื่อขอ คัดสำเนา สารบบที่ดินแปลง นส.3 ฉบับดังกล่าวทั้งหมด เพื่อตรวจสอบโดยละเอียดว่าออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และมีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเกี่ยวข้องในการออกน.ส. 3 ดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป


