‘อนุทิน’ ให้ความมั่นใจ แม้ สปสช. ถูกตัดงบรายหัว แต่จะไม่กระทบการบริการปชช. อย่างแน่นอน

25.03.21 | 13:06 น.

‘อนุทิน’ ให้ความมั่นใจ แม้ สปสช. ถูกตัดงบรายหัว แต่จะไม่กระทบการบริการปชช. อย่างแน่นอน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ประชุมหารือและรับจดหมายเปิดผนึกจาก กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ นำโดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม เรื่อง ขอให้ยุติการนำเงินเดือนส่วนเพิ่มมาตัดออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวในปีงบประมาณ 2565 โดยจดหมายระบุใจความตอนหนึ่งว่า จากข่าวที่สำนักงบประมาณจะปรับลดงบประมาณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในปีงบประมาณ 2565 ที่ผ่านการจัดสรรตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ซึ่งจะทำให้งบประมาณหายไป 1,814.62 ล้านบาท เท่ากับว่างบฯ ปี 2565 ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ภาพรวมงบฯ ติดลบ 1.3% กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กังวลเป็นอย่างยิ่งจะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลของประชาชนกว่า 48 ล้านคน ในระบบบัตรทอง จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทินส่งเสียงแสดงความไม่เห็นด้วย ไม่ยินยอมให้สำนักงบประมาณตัดงบดังกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า กลุ่มได้มาหารือเนื่องจากมีข้อกังวลถึงงบหลักประกันสุขภาพที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกปรับลด เกรงจะส่งผลกระทบทำให้ค่าเฉลี่ยรายหัวการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพลดลง ตนได้ชี้แจงยอมรับว่าทุกปี สธ.ของบประมาณขาขึ้นไปแต่ก็ถูกตัดทุกครั้งในจำนวนที่มากพอสมควร อย่างไรก็ตาม เราอย่าดูเพียงมิติของงบรายหัว ขอให้ดูมิติการให้บริการด้วย จึงให้ความมั่นใจกับทางกลุ่ม ว่าไม่มีวันที่ สธ.จะทำให้ค่ารักษาพยาบาลของพี่น้องประชาชนน้อยลง เราไม่ดูที่ค่ารายหัวแต่ดูที่การรักษาพยาบาลให้หายเร็วและได้รับการรักษาที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามงบจะขาดหรือไม่อย่างไร เป็นหน้าที่ รมว.สธ.และปลัด สธ.จะต้องติดตามหามาให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ได้

“ผู้ที่ต้องแบกรับต้นทุนค่ารักษาพยาบาลคือ สธ. เราจะไม่ผลักให้พี่น้องประชาชนรับภาระ ยืนยันไม่ว่าจะมีการตัดงบอย่างไร จะไม่ให้มีผลกระทบต่อการดูแลหลักประกันสุขภาพของประชาชนแน่นอน” นายอนุทินกล่าว

ด้านนายนิมิตร์ กล่าวว่า เดิมงบเหมาจ่ายรายหัวจะถูกหัก ร้อยละ 60 เป็นเงินเดือนให้กับข้าราชการ สธ. ซึ่งการตั้งเบิกปีล่าสุด จะมีการพิจารณาจากหลายปัจจัยต่างๆ ทั้งอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงจำนวนข้าราชการในขณะนั้น โดยปีนี้ได้ 1.98 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นงบฯ เงินเดือน 5.5 หมื่นล้านบาท

Advertisement

“แต่หลังจากนั้น สธ.มีการบรรจุข้าราชการเพิ่มเติมในกลุ่มที่ระบุว่า ทำงานควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งตามหลักควรจะมีการตั้งงบเพิ่มค่าตอบแทนในส่วนนี้ใหม่ แต่กลับมาดึงงบฯ เดิมในส่วนงานควบคุมป้องกันโรค และค่าบริการทางการแพทย์ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเครือข่ายมองว่าไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.เจรจากับสำนักงบฯ ไม่ให้มีการตัดงบฯ ดังกล่าว แต่เป็นหน้าที่สำนักงบฯ ที่ต้องจัดหาเงินมาจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าว และในปีงบฯ ถัดไป สปสช.ก็ตั้งเบิกให้ครอบคลุมเงินเดือนข้าราชการที่เพิ่มเข้ามา” นายนิมิตร์ กล่าว