หมอลั่น ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ แต่ไปโผล่ร้านกาแฟบ่อยขึ้น แบบนี้ไม่ดี

24.04.21 | 16:28 น.

หมอลั่น ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ แต่ไปโผล่ร้านกาแฟบ่อยขึ้น แบบนี้ไม่ดี

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ว่าวันนี้ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ 2,839 ราย ในการระบาดระลอกเดือนเมษายน สะสม 24,159 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 35 ราย อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 0.14 ซึ่งยังเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก แต่เราก็ไม่ไว้วางใจ ต้องดูแลอย่างเต็มที่ โดยยังเหลือผู้ป่วยที่รักษาอยู่อีก 22,327 ราย เป็นผู้ที่มีอาการปอดอักเสบ 418 ราย และที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 113 ราย

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า มาตรการควบคุมป้องกันโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรการในร้านอาหาร ลดความหนาแน่น รวมถึงควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ ยกตัวอย่าง คลัสเตอร์ร้านอาหาร จ.สุโขทัย มีผู้ติดเชื้อ รวม 21 ราย โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นหญิง อายุ 65 ปี หลังจากนั้นเกิดการติดเชื้อภายในร้านอาหาร 14 ราย แบ่งเป็น เจ้าของร้าน 2 ราย พนักงานเสิร์ฟ 2 ราย ลูกค้า 10 ราย และหลังจากนั้นก็มีการนำเชื้อไปติดกับคนในครอบครัวอีก 7 ราย

“เห็นได้ว่ามีการนำเชื้อไปติดคนในครอบครัว เป็นสิ่งที่เราเน้นย้ำมาตลอดว่า หากเป็นไปได้การอยู่ร่วมกันภายในบ้านก็ควรจะสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังคนในครอบครัว” นพ.เฉวตสรรกล่าว

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า คลัสเตอร์รับประทานอาหารประชุมงานร่วมกันของธนาคารแห่งหนึ่ง จ.สงขลา เมื่อวันที่ 9-10 เม.ย. ซึ่งผู้ป่วยรายแรกเริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 16 เม.ย. จากเหตุการณ์นี้ทำให้แพร่กระจายเชื้อไปยังภรรยาของเพื่อนร่วมงาน และขณะนี้พบผู้ติดเชื้อ 5 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวม 26 ราย จึงเป็นที่มาของการขอความร่วมมือมาตรการทำงานจากที่บ้าน (เวิร์กฟรอมโฮม) ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

Advertisement

“การทำงานจากที่บ้านก็ขอให้ทำอย่างเข้มข้น บางคนบอกว่าเวิร์กฟรอมโฮม แต่ไปร้านกาแฟบ่อยขึ้น แบบนี้ก็ไม่ดี ก็ต้องขอให้เป็นการออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น หากต้องออกจากบ้านก็ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ การยกการ์ดสูงเป็นประเด็นที่สำคัญ ในตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 2,839 ราย หลายท่านอาจตกใจว่าทำไมเพิ่มขึ้นสูง ต้องเรียนว่ายังเป็นการพบผู้ป่วยกระจุกในบางพื้นที่เท่านั้น และเป็นจำนวนผู้ป่วยตกค้างย้อนหลัง แต่มาตรการที่เกี่ยวข้องก็ยังต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น” นพ.เฉวตสรรกล่าว

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลก พบผู้ป่วยรายใหม่ 896,922 ราย สะสม 146,226,350 ราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 14,218 ราย สะสม 3,099,315 ราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 2.1 โดยประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยรายใหม่ 66,515 ราย สะสม 32,735,704 ราย รองมาคือ อินเดีย รายใหม่ 345,147 ราย สะสม 16,602,456 ราย บราซิล รายใหม่ 65,971 ราย สะสม 14,238,110 ราย

อย่างไรก็ตาม นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเฉลี่ย 8 แสนรายต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่เฉลี่ยต่ำกว่าวันละ 4 แสนราย เห็นได้ชัดเจนว่าทุกที่ทั่วโลกมีการติดเชื้อจำนวนมาก จนองค์การอนามัยโลกออกคำเตือนว่า เมื่อมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น จะต้องมีการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขอย่างดี เพื่อป้องกันผลกระทบในความขาดแคลนทรัพยากร