“ศบค.” เตรียมถก “คอมมูนิตี้ควอรันทีน” รักษาแรงงานติดโควิดในแคมป์ก่อสร้าง แทนการนอนรพ.สนาม เผย คลัสเตอร์ผู้สูงอายุบางแค 3 แห่ง ป่วยแล้ว 32 ราย เหตุญาติเข้าเยี่ยม จับตาคลัสเตอร์คันนายาวเพิ่ม
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19)(ศบค.) กล่าวว่า วันนี้ ศบค. ได้หารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร ที่พบผู้ติดเชื้อใหม่ 872 ราย สะสม 35,567 ราย ทิศทางยังไม่น่าไว้ใจ เพราะยังค่อนข้างสูงอยู่ โดย กทม.ระดมตรวจเชิงรุกสุ่มในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ จิสด้า ทำกราฟแสดงข้อมูลการคัดกรองในกทม. รวม 6 จุดหลักกระจายทั้ง 50 เขต ซึ่งสำนักอนามัยรายงานว่าจะเปิดเพิ่มอีก 1 จุด และได้ขอกำลังบุคลากรทางการแพทย์มาสนับสนุน เพื่อประจำจุดตรวจให้เกิดการคัดกรองเชิงรุกมากขึ้น
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า คลัสเตอร์ใน กทม. วันนี้รายงาน 33 แห่ง มีคลัสเตอร์ที่พบใหม่ในเขตดุสิต เป็นไซต์งานก่อสร้าง อาจจะไม่เรียกเป็นคลัสเตอร์ใหม่ของกทม. เพราะยอดผู้ติดเชื้อ 500 กว่ารายไปบวกเพิ่มในยอดของ จ.นนทบุรี เพราะประชาชน ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติมีที่พักอาศัยอยู่ในนนทบุรี ทั้งนี้ คลัสเตอร์เฝ้าระวังในกทม. คือ เขตคันนายาว เป็นชุมชนตลาด ชาวต่างชาติอาศัยหนาแน่น ส่วนเขตบางแค และหนองแขม เฝ้าระวังในสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุของเอกชน เป็นลักษณะการติดเชื้อใน 3 แห่งที่เป็นเจ้าของเดียวกัน ในแห่งที่ 1 พบติดเชื้อ 16 ราย ส่วนอีก 2 แห่งพบที่ละ 3 ราย มีทั้งผู้สูงอายุ และผู้ดูแลด้วย เบื้องต้นสำนักงานเขตบางแค ลงพื้นที่คัดกรองผู้ติดเชื้อตามความรุนแรงของโรค โดยผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรง จะส่งเข้าโรงพยาบาล จากนั้นจะมีการนำเครื่องโมบายเอกซเรย์ เข้าไปตรวจหาการติดเชื้อในปอดของผู้สูงอายุ เพื่อดูแลได้ทันท่วงที ได้รับการดูแลอย่างมีมาตรฐาน ส่วนผู้สูงอายุที่ผลตรวจเป็นลบ จะแยกออกมากักตัวและตรวจเชื้อซ้ำ
“ศบค.ชุดเล็กวิเคาะห์ผลการสอบสวนโรค พบปัจจัยสำคัญในการติดเชื้อ คือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เดินทางไปมาระหว่างสถานบริการเหล่านี้ นอกจากนั้นยังมีพนักงานทำความสะอาด ซึ่งในช่วงหนึ่งเราไม่อนุญาต แต่ตอนนี้พบว่ามีการให้ญาติมาเยี่ยม ดังนั้นทั้งหมดอาจหละหลวมในการสวมหน้ากากอนามัย และพบว่าการระบายอากาศมีปัญหาพบสมควร รวมทั้งผู้สูงอายุบางรายที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็มารวมกลุ่มทำกิจกรรมกัน ผู้ดูแลฯ ไม่ได้เปลี่ยนถุงมือระหว่างดูแลผู้สูงอายุหนึ่งท่านไปอีกหนึ่งท่าน การนำมารายงานไม่ได้ตำหนิใคร แต่จำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้เกิดมาตรการเฝ้าระวัง” พญ.อภิสมัย กล่าว
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กรมควบคุมโรค จึงเสนอให้แยกผู้สูงอายุ เช่น ผู้ติดเตียง ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้ที่พักฟื้นหลังผ่าตัด กำหนดผู้ดูแลฯ อย่างชัดเจน ว่าบุคลากร 1 ท่านดูแลผู้สูงอายุคนใดบ้าง ไม่ให้มีการข้ามพื้นที่หรือปะปนกัน โดย ศบค.ชุดเล็ก ได้พูดคุยและชื่นชมสำนักงานเขตบางแค ที่มีการทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะ ตลาดบางแค ชุมชน ตลาด มาจนถึงสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ ต้องขอขอบคุณสถานประกอบการที่ให้เราเปิดเผยข้อมูล เราจำเป็นต้องให้เกิดการเรียนรู้ และหากประชาชนที่ติดตามการรายงานจากศบค. ไม่ว่าอยู่ในจังหวัดใด แต่มีกิจการดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐและเอกชน หรือกรณีที่ประชาชนมีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน และมีผู้ดูแลเดินทางไปกลับ ก็ขอให้มีมาตรการเฝ้าระวังเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อในสถานดูแลผู้สูงอายุไปยังที่อื่นๆ
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า นอกจากนั้น กทม. ได้หารือการติดเชื้อในแคมป์คนงาน เขตดุสิต โดย นพ.ชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร เสนอในที่ประชุมถึงแผนการระดมตรวจเชิงรุกเฝ้าระวังในแคมป์คนงาน โดย 50 เขตในกทม. มี 409 แคมป์ ผู้ทำงานส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติประมาณ 6.2 หมื่นราย ซึ่งจะร่วมกับสำนักงานประกันสังคม ระดมตรวจหาเชื้อ 5 หมื่นราย อีก 1.2 หมื่นรายจะเป็นความรับผิดชอบของสำนักอนามัย ทั้งนี้ มีการผรับแผนเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ ด้วยการตรวจคัดกรองเร็วขึ้น จากการเก็บตัวอย่างน้ำลาย โดยโรงพยาบาล(รพ.)รามาธิบดี เสนอวิธีการเก็บตัวอย่างของเสียน้ำทิ้ง ซึ่งที่ประชุมหารือรูปแบบ คอมมูนิตี้ควอรันทีน(community Quarantine) และการแยกกักกันระดับองค์กร(Organization Isolation) หมายความว่า จะหารือการดูแลผู้ติดเชื้อในสถานประกอบการหรือภายในแคมป์ แทนการเข้ารักษาในรพ.สนาม ซึ่งจะมีรายละเอียดในเรื่องนี้ต่อไป

