‘หมอธีระวัฒน์’ ชี้ไม่ควรยืดฉีดแอสตร้าฯเข็ม 2 หวั่นภูมิขึ้นไม่ทันรับมือสายพันธุ์ผันแปร

 

‘หมอธีระวัฒน์’ ชี้ไม่ควรยืดฉีดแอสตร้าฯเข็ม 2 หวั่นภูมิขึ้นไม่ทันรับมือสายพันธุ์ผันแปร

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า สงครามโควิด:ทำไมต้องบุกเร็ว-แรง โดยมีรายละเอียดว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสายเดลต้า หรือเบต้า เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทยโดยที่สายพันธุ์ปกติยังควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ

ทำไมเราต้องบุกเร็ว-แรง?
ความสามารถในการแพร่กระจายของโควิดเก่งขึ้นเรื่อยๆ ตามการผันตัวของรหัสพันธุกรรมในตำแหน่งสำคัญที่เอื้ออำนวยให้มีการติดเชื้อเก่งขึ้น สร้างไวรัสปริมาณมากขึ้น และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเก่งขึ้น ประกอบกับความเบื่อบ้าง ความไม่ใส่ใจวินัย รวมทั้งจากความจน ความท้อแท้ ของคน ความหดหู่สิ้นหวัง

ทำไมว่ามีสายที่เก่งขึ้นในไทยแล้ว?
สายเดลต้า (อินเดีย) ที่พบที่หลักสี่ 21 พฤษภาคม และเป็นในชุมชนแล้ว (แม้จะเป็นในแคมป์คนงาน) ต้องถือว่าเป็นการแพร่ทั่วไปแล้ว เพราะไม่สามารถสืบทั้งต้นตอ และทิศทางการแพร่กระจายได้ชัดเจน และทางการประกาศยืนยันในเวลาต่อมาว่ากระจายทั่วไปจริง
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมสายเบต้าหรือแอฟริกาที่พบในลักษณะเดียวกันในภาคใต้ในชุมชนเช่นกันที่ควรจะรุนแรงมากกว่าและจากที่ห้องปฏิบัติการของเราพบสายเดลต้าเนิ่นนานจากตัวอย่าง 13 พฤษภาคม แล้ว

ทำไมวัคซีน ต้อง 2 เข็ม ในเวลาสั้นที่สุด?
การดึงวัคซีนเข็มที่สองให้ห่างออกไป เป็นจากเหตุผลของการไม่มีวัคซีนเป็นประการสำคัญ
แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีสายของไวรัสที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถหลบเลี่ยงวัคซีนได้เก่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเข็มที่สอง เช่น จากแอสตร้า ต้องติดกับเข็มที่หนึ่ง ในเวลาสองเดือนด้วยซ้ำ และวัคซีนเชื้อตายไม่ว่าซิโนแวค ซิโนฟาร์ม ควรต้องเป็นในเวลาสามถึงสี่สัปดาห์ เพื่อพยุงให้ระดับภูมิคุ้มกันที่ยับยั้งไวรัสได้ (neutralizing antibody) อยู่สูงในระดับ 68% ทั้งนี้ โดยหวังว่าจะสามารถจับไวรัสที่ผันแปรไปเหล่านี้ได้บ้าง และทำให้มีการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนครบสองเข็มไม่มากจนเกินไปและไม่มีอาการหนักมากจนเกินไป

หลักฐานความสามารถของไวรัสเดลต้า แม้ในคนที่ได้วัคซีนแล้ว!!!
(ข้อมูลและความเห็นจาก ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา Anan Jongkaewwattana)
แม้ว่าพบคนติดเชื้อได้หลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มประมาณ 6% แต่ในจำนวนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการหนักต้องเข้าโรงพยาบาลคือ 11% ผู้ป่วยที่เสียชีวิต จากการติดไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ทั้งหมด 42 ราย ในอังกฤษที่ใช้วัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้า มีถึง 12 ราย หรือ 28.5% เป็นผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ถ้ารวมอีก 7 ราย ที่ได้วัคซีน 1 เข็ม ตัวเลขของผู้ป่วยเสียชีวิตที่ได้วัคซีนครบ 1 เข็ม สูงถึง 45.2%

ทำไมยังคงต้องรีบฉีดทั้งทางที่สายเดลต้าเริ่มเล็ดลอดไปแล้ว?
ต้องไม่ลืมว่าไวรัสสายปกติพี่วัคซีนยังสามารถป้องกันการติดได้ดีพอสมควรยังมีอยู่มากและทำให้คนที่ติดเชื้ออยู่มีอาการหนักในห้องไอซีอยู่มากมายขณะนี้ ทั้งนี้ ถ้าดูตัวเลขผู้ป่วยในไอซียูตามตัวเลขทางการที่สอดท่อจะดูเหมือนไม่มากไม่กี่ 100 ราย แต่ในความเป็นจริงที่รอเข้าไอซียู แต่เข้าไม่ได้เพราะเตียงเต็ม ยังมีอยู่อีกมากและยื้ออยู่โดยการให้ออกซิเจนปริมาณสูงประทังไว้
และจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสายเดลต้า หรือเบต้า เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทยโดยที่สายพันธุ์ปกติยังควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘คนละครึ่ง เฟส 3’ แห่ลงทะเบียนวันแรก 23.11 ล้านคน ร้านค้าเข้าใหม่ 4 หมื่นราย รอใช้จ่าย 1 ก.ค.นี้
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ยืนหนึ่ง