“กรมทะเล” เร่งเสนอฉลามหูดำขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง

“กรมทะเล” เร่งเสนอฉลามหูดำขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง วราวุธ วอนสังคมประนาม ใช้ปืนยิงฉลามทะเลกระบี่

กรณีมีการโพสคลิปภาพผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ของกลุ่มชายใช้ปืนยิงฉลาม จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นฉลามจำพวกฉลามหูดำ จำนวน 3 ตัว และปลากะมง จำนวน 2 ตัว พร้อมนำขึ้นมาบนเรือ Sped Boat ซึ่งจากคลิปดังกล่าว สำนักงานตำรวจน้ำกระบี่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนทันที เพื่อดำเนินคดีในข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปรียบเทียบปรับ เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว แม้ว่าจะไม่สามารถเอาผิดในทางกฎหมายได้ เนื่องจาก สัตว์ทะเลดังกล่าวไม่จัดอยู่ในสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง และไม่อยู่เขตอุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่คุ้มครองทางทะเล แต่สังคมสามารถตัดสินได้กับพฤติกรรมดังกล่าวและควรประณาม พร้อมได้สั่งการผู้เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ครบทุกมิติ รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังและทั่วถึง

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทันทีที่ตนได้รับทราบรายงานดังกล่าว ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสาน สภ. เมืองกระบี่ ภายหลังที่ได้ทราบว่าสำนักงานตำรวจน้ำกระบี่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาใช้เรือโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบพิกัดพื้นที่ พบว่า บริเวณที่เกิดเหตุอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี โดยห่างออกไปราว 96 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งประมาณ 42 กิโลเมตร และไม่อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบการดำเนินคดี ทราบว่า นายอลงกรณ์ ชลธี อายุ 29 ชาวจังหวัดกระบี่ ได้ออกไปตกปลากับพวกรวม 5 คน จากท่าเรือเกาะพีพี ไปยังจุดตก ทั้งนี้

ได้สอบถามไปยังนักวิชาการ ทราบว่า ฉลามจำพวกฉลามหูดำ พบมากตามกองหินห่างจากฝั่งพบได้ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ที่สำคัญ “ยังไม่พบว่าเคยทำอันตรายกับมนุษย์” อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งฉลามหูดำไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งกรมฯ จะได้สำรวจและผลักดันสัตว์ทะเลชนิดสำคัญ รวมถึง ฉลามหูดำ เพื่อบรรจุในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์คุ้มครองตาม พรบ. ป้องกันและทารุณกรรมสัตว์ และผลักดันให้ฉลามหูดำเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนได้รับรายงานกรณีมีการโพสคลิปสั้นความยาวประมาณ 1 นาที ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ของกลุ่มชาย 5 คน บนเรือ Speed Boat ทราบชื่อเรือภายหลังว่า “Ding lor zing” จอดบริเวณกลางทะเลจังหวัดกระบี่ พร้อมใช้อาวุธปืนยิงฉลามจำพวกฉลามหูดำ จำนวน 3 ตัว และนำขึ้นมาบนเรือ นอกจากนี้ ภายหลังยังพบปลากะมง อีก 2 ตัว แม้ว่าจากการตรวจสอบ สัตว์ทะเลดังกล่าวไม่จัดอยู่ในสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่พฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลังจากดูคลิป

รัฐมนตรีทส.กล่าวว่า ตนยังมองไม่เห็นถึงเหตุจูงใจในการฆ่าฉลามอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้ อีกทั้ง ยังโพสคลิป ออกสู่สังคมจนตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเปรียบเทียบได้กับว่า “มีคนบุกรุกบ้านผู้อื่น เพื่อเข้าไปทำร้ายเจ้าของบ้านที่ไม่มีทางสู้ด้วยอาวุธปืนจนถึงแก่ชีวิต เพียงเพื่อความสนุกคึกคะนองและสะใจของตัวเอง และยังโพสคลิปอวดสังคม

 

“คำถามที่สังคมต้องถาม คือ พฤติกรรมนี้เราควรร่วมประณามอย่างไรบ้างให้สาสม ครั้งนี้ คงต้องทบทวนหาแนวทางปกป้องคุ้มครองสัตว์เหล่านี้ให้ครอบคลุมและเคร่งครัดยิ่งขึ้น ซึ่งครั้งนี้ กฎหมายอาจจะเอาผิดกับคนเหล่านี้ไม่ได้ แต่สังคมสามารถตัดสินความผิดเหล่านี้ได้ไม่ยาก” ทั้งนี้ ผมได้สั่งการให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทบทวนมาตรการทางกฎหมายทุกฉบับ เพื่อให้สามารถปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเลเหล่านี้ไว้ให้ได้ ในเมื่อสัตว์ทะเลเหล่านี้ป้องกันตัวเองจากคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้ เราก็ต้องช่วยกันปกป้องสัตว์เหล่านี้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีนี้ ตนได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลความคืบหน้าให้ตนได้ทราบ และกำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและลาดตระเวนให้มากขึ้น พร้อมทั้งให้สร้างเครือข่ายในพื้นที่ และเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างจริงจังและทั่วถึงโดยด่วน” ต่อไป นายวราวุธ กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อุทาหรณ์! พิตบูล หลุดจากบ้านขย้ำเด็ก 3 ขวบบาดเจ็บ พ่อแม่เด็กจี้เจ้าของนำไปเลี้ยงที่อื่น
บทความถัดไปส.ภัตตาคาร ร่อนหนังสือถึง บิ๊กตู่ ขอขยายเวลาเปิดเที่ยงคืน ดื่มเหล้าเบียร์ในร้านได้