“กก.ขับเคลื่อน” กัญชาเสรีทางการแพทย์ รับลูก “อนุทิน” ดันนโยบาย 6 ต้น เล็งผลใน 3 เดือน รองรับเปิด ปท.

“กก.ขับเคลื่อน” กัญชาเสรีทางการแพทย์ รับลูก “อนุทิน” ดันนโยบาย 6 ต้น เล็งผลใน 3 เดือน รองรับเปิด ปท. ปลดล็อกขั้นตอนยุ่งยากเปิดทางให้เกษตรกรเข้าถึง ดึงเอกชนมีส่วนร่วม

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องการริเริ่มนโยบายกัญชา 6 ต้น ได้สร้างความหวังให้แก่ประชาชน ทั้งในการใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพ และสร้างรายได้สู่ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าส่วนของใบ กิ่งก้าน ลำต้น ราก ของกัญชาจะถูกปลดจากรายการยาเสพติดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 แต่ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่า วันนี้นโยบายกัญชา 6 ต้น ยังไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างกว้างขวาง มีเพียงแค่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น ที่มีประชาชนได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา 6 ต้นที่บ้าน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ครั้งที่ 8 ที่ประชุมรับทราบนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่เห็นควรให้ผลักดันนโยบายกัญชา 6 ต้น ให้ชัดเจนภายใน 3 เดือน เพื่อเตรียมผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับกัญชาสำหรับการบริการแก่นักท่องเที่ยวขานรับนโยบายเปิดประเทศ

“โดยจากการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการฯ ก็พบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาความล่าช้า ได้แก่ งบประมาณ กระบวนการขออนุญาต และความร่วมมือของภาครัฐกับเอกชน ซึ่งนับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน เนื่องจากที่ผ่านมา เราเอาความต้องการทางการแพทย์เป็นตัวตั้ง โดยดูว่าประเทศต้องใช้ยากัญชาเท่าไร แล้วถึงย้อนกลับไปพิจารณาว่าเราต้องให้เกษตรกรปลูกกัญชาเท่าไร แต่จากนี้ไป เราต้องตั้งต้นจากบริบทของภาพรวมด้านสุขภาพทั้งหมด ซึ่งหมายรวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่กฎหมายอนุญาต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง และอาหาร แล้วจึงย้อนกลับมาพิจารณาว่าต้องให้เกษตรกรปลูกกัญชาเท่าไร” ภก.อนันต์ชัย กล่าว

ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า อีกทั้งภาครัฐยังต้องปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก และให้เอกชนกับเกษตรกรเข้ามาร่วมทำหน้าที่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้ เพื่อให้การซื้อขายผลผลิตกัญชาระหว่างเอกชนกับเกษตรกรสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง สธ.ยังได้รับความร่วมมือจากองค์การยาสูบแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้แทนเชื่อมระหว่างต้นทาง คือ เกษตรกร และปลายทาง คือ ผู้บริโภค

“ขอเน้นย้ำว่า สธ.ยังให้ความสำคัญกับนโยบายกัญชาเช่นเดิม และจะลดข้อจำกัดในการดำเนินงานเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงกัญชาได้มากขึ้น โดย สธ.ได้มอบหมายให้สถาบันกัญชาทางการแพทย์ เป็นศูนย์กลางในการประสานงานโครงการนี้ เพื่อให้การขออนุญาตปลูกกัญชาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon