‘นพ.ทวีศิลป์’ เผยป่วยวันนี้ 5,420 ราย สะสม 2.65 แสน ตาย 57 ลั่นต้องปรับยุทธศาสตร์ขอหนุ่มสาวเข้าใจ ฉีด 7 กลุ่มโรค-สูงวัยก่อน

6.07.21 | 14:24 น.

‘นพ.ทวีศิลป์’ เผยป่วยวันนี้ 5,420 ราย สะสม 2.65 แสน ตาย 57 ลั่นต้องปรับยุทธศาสตร์ขอหนุ่มสาวเข้าใจ ฉีด 7 กลุ่มโรค-สูงวัยก่อน

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด 19) (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 65 ของโลก โดยมียอดติดเชื้อสะสม 294,653 ราย แยกเป็นติดเชื้อใหม่ 5,420 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 37 ราย หายป่วยกลับบ้าน 3,586 ราย ป่วยสะสม 265,790 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยสะสม 199,597 ราย เสียชีวิต 57 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล  65,297 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 32,906  ราย อยู่ในโรงพยาบาลสนาม  32,391 ราย อาการหนัก 2,350 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 643 ราย


นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า อัตราการนอนในโรงพยาบาลของเรา มีข้อจำกัดมากขึ้นทุกที โดยเตียงส่วนหนึ่งที่ไม่พอเกิดจากเชื้อโรคอยู่ในร่างกายเราเป็นระยะเวลาที่นานขึ้น

จากจำนวน 5,420 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 1,492 ราย ปริมณฑล 5 จังหวัด 1,372 ราย, 4 จังหวัดภาคใต้ 635 ราย, 67 จังหวัดอื่น รวม 1,876 ราย และ เรือนจำ 37 ราย

 

Advertisement

สำหรับ 10 อันดับ จังหวัดพบติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. มากสุด 1,492 ราย, สมุทรสาคร  398 ราย, สมุทปราการ 318 ราย, ชลบุรี 266 ราย, ปัตตานี 262 ราย, นนทบุรี 242 ราย, ปทุมธานี 208 ราย, นครปฐม 206 ราย, ยะลา 135 ราย และ สงขลา 132 ราย

ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศรวม 8 ราย ส่วนมากเดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา 1 ราย, เอธิโอเปีย 1 ราย, มาเลเซีย 3 ราย, เมียนมา 3 ราย

ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิต 57 ราย นั้น แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 33 ราย, สมุทรปราการ 4 ราย นครปฐม ระยอง ปทุมธานี ชลบุรี สงขลา สระบุรี 2 ราย / จังหวัด เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก สมุทรสงคราม นราธิวาส ปัตตานี สกลนคร นครพนม  1 ราย/จังหวัด โดยค่ากลางอยู่ที่ 62 ปี ชาย 35 หญิง 22 ปัจจัยเสี่ยง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคปอด โรคหัวใจ โรคอ้วน หลอดเลือดสมอง มะเร็ง

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับการเสียชีวิต 57 ราย สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ คือ อัลฟ่า จากประเทศอังกฤษ และตอนนี้สายพันธุ์เดลต้า จากประเทศอินเดีย ก็กำลังเข้ามาเพิ่มขึ้น

“ขอส่งใจให้พี่น้องสมุทรปราการ ที่เจอหลายเรื่อง ทั้งภัยพิบัติจากสารเคมีระเบิด และยังมีผู้ติดเชื้อติดอยู่ภายในจังหวัดเป็นจำนวนมาก ขอกำลังใจทั้งประเทศส่งใจไปยังพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีกำลังใจต่อสู้กับทั้งสองภัยพิบัตินี้ ในคราวเดียว” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

 

ส่วนการฉีดวัคซีนใน 77 จังหวัด สะสมวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 5 กรกฎาคม ฉีดแล้ว 11,058,390 ล้านโดส

เข็มที่ 1 รายใหม่ 217,375 ราย เข็มที่ 1 สะสม 8,022,029 ราย
เข็มที่ 2 รายใหม่ 63,267 ราย เข็มที่ 2 สะสม  3,036,361 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สารสำคัญที่จะต่อสู้กับโรคนี้คือ “วัคซีน” ถ้าจะลดป่วย ลดตาย

“วัคซีนตอนนี้ การไปฉีดกับผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และ ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีนั้น ทุกประเทศใช้ยุทธศาสตร์นี้ในการจัดการ เพื่อลดจำนวนการป่วยและการใช้เตียงให้ได้ก่อน”

นพ.ทวีศิลป์เปิดเผยว่า ผู้ได้รับการฉีดวัคซีน ตั้งแต่ 28 ก.พ.- 5 ก.ค. 2564 มีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม เพียง 15.1 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับวัคซีน, ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพียง 12.5 เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วประมาณ 17 ล้านคน ฉีดไปได้ประมาณ 2 ล้านกว่าเท่านั้น ถือว่ายังต่ำมาก ต้องขอกำลังในการให้พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้เข้ามาฉีดวัคซีน ซึ่งกำลังมา และจะกระจายไปยังทุกที่ในเดือนกรกฎาคม

“ฝากว่า กลุ่มเฉพาะอื่นๆ ขอให้ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค และผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับวัคซีนก่อน เพราะเสียชีวิตกันมาก คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องปรับตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ขอความกรุณา กลุ่มคนหนุ่มสาวได้เข้าใจและให้ญาติของท่านได้เข้าไปรับวัคซีนก่อน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว