ไทยฉีดวัคซีน 21 ล้านโดส สธ.เผยซิโนแวคเกินครึ่ง ย้ำ!บุคลากรด่านหน้าบูสต์ไฟเซอร์ แจ้ง สสจ.

ไทยฉีดวัคซีน 21 ล้านโดส สธ.เผยซิโนแวคเกินครึ่ง ย้ำ!บุคลากรด่านหน้าบูสต์ไฟเซอร์ แจ้ง สสจ.

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงถึงการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ ล็อตที่ได้รับการบริจาคจากสหรัฐอเมริกา ว่า การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ดำเนินตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ เมื่อวันที่ 3-4 ส.ค.64 เป็นช่วงที่ทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ แพ็ควัคซีนเพื่อจัดส่ง ซึ่งเราส่งเร็วกว่ากำหนดจากวันที่ 5 ส.ค. เป็นวันที่ 3 ส.ค. วัคซีนล็อตแรกเดินทางถึงพื้นที่ในวันที่ 4 ส.ค. สำหรับแห่งที่มีความพร้อมก็เริ่มฉีดได้บางส่วน ดังนั้น จากที่วางแผนไว้ล่วงหน้า อะไรที่ทำให้เร็วขึ้นเพื่อเกิดผลดีก็พยายามปรับขยับขึ้น โดยย้ำว่าวัคซีนเป็นเข็มกระตุ้นสำหรับบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่เคยรับวัคซีน ก็จะฉีดเป็นเข็มที่ 1

“ยืนยันว่า เป้าหมายที่จะฉีดให้บุคลากรด่านหน้าที่ประสงค์จะรับวัคซีนไฟเซอร์ก็จะได้รับทุกรายตามเกณฑ์ ขอได้โปรดอย่ามองว่าเกณฑ์เป็นอุปสรรคที่ทำให้ท่านเข้าไม่ถึง ในหลักวิชาการต้องมีข้อพิจารณาว่ามีกรณีใดบ้างที่มีความเหมาะสมในการฉีด ส่วนบุคลากรที่ไม่ได้รับจัดสรรในรอบแรก ขอให้หน่วยงานรวบรวมรายชื่อ แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือกรุงเทพมหานคร ก็แจ้งไปยังสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำหรับคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ แจ้งที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้” นพ.เฉวตสรรกล่าว และว่า จะมีการจัดซื้อจัดหาเพิ่มเติมเข้ามาอีก และวัคซีนไม่ได้สูญหายไปไหน มีความโปร่งใสตรวจสอบได้

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า จากการประชุมทางไกลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มีหนังสือแจ้งออกไปในเรื่องของการจัดส่งวัคซีนไปและมีการดำเนินงานที่มีความพร้อม เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์ต้องเตรียมการ เก็บในอุณหภูมิต่ำกว่าวัคซีนอื่น ต้องเจือจางก่อนใช้งาน มีรายละเอียดเหล่านี้ที่ต้องมั่นใจว่าการดำเนินการจะอยู่ในมาตรฐาน ฉีดวัคซีนได้ผลดี ประเด็นการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปที่ รพ.ขอนแก่น ที่รอบแรกได้รับไปไม่เพียงพอ ก็ได้ส่งไปครบจำนวนแล้ว นอกจากนี้ ก็ยังส่งไปที่ รพ.สนามธรรมศาสตร์ แล้วเช่นกัน

“วันนี้จะมีการส่งวัคซีนไฟเซอร์อีกจำนวหนึ่งไป รพ.จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี อยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร สำหรับการฉีดเป็นเข็มที่ 1 ให้กลุ่มเสี่ยง 608 คือ ผู้อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7กลุ่มโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ ซึ่งใน 3 สัปดาห์จะนัดหมายฉีดเข็มที่ 2” นพ.เฉวตสรรกล่าว และว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนในไทย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-9 ส.ค.64 สะสม 21,171,110 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 16,336,743 โดส และเข็มที่ 2 อีก 4,566,342 โดส สำหรับการฉีด ข้อมูลวันที่ 9 ส.ค. มีการฉีดที่สูงถึง 501,330 โดส ซึ่งการฉีดในแต่ละวันจะต้องบริหารให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขาดตอน หรือการรับเข็มที่ 2 อย่างไรก็ตาม วัคซีนไฟเซอร์มีการฉีด เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 33,219 โดส เข็มที่ 2 อีก 13,622 โดส ส่วนเข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้นสำหรับบุคลากร รวม 82,993 โดส ทั้งนี้ ภาพรวมการฉีดวัคซีนของไทยจำแนกตามยี่ห้อ ได้แก่ ซิโนแวค 10,269,135 โดส แอสตร้าเซนเนก้า 9,230,417 โดส ซิโนฟาร์ม 1,541,724 โดส และไฟเซอร์ 129,834 โดส

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image