เป๊ปซี่โค ประกาศผลักดัน “น้ำสุทธิเป็นบวก“ ในปี 2573 มุ่งเติมน้ำสะอาดสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างยั่งยืน

24.08.21 | 15:25 น.

วันที่ 24 สิงหาคม เป๊ปซี่โค ได้ประกาศความมุ่งมั่นสู่ “น้ำสุทธิเป็นบวก“ (Net Water Positive) ภายในปี 2573 ตั้งเป้าจะเติมน้ำที่สะอาดปลอดภัยกลับคืนสู่แหล่งน้ำในท้องถิ่นมากกว่า 100% เป็นบริษัทหนึ่งในผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการน้ำมากที่สุดที่ดำเนินงานในลุ่มน้ำที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติทั้งในกระบวนการผลิต การเกษตร รวมถึงการอุปโภคบริโภคทั่วไป เพราะ น้ำ คือปัจจัยสำคัญทั้งต่อการดำรงชีวิตและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะภายใต้วิกฤติโควิด-19 นี้ หลายชุมชนในหลายประเทศมีความสุ่มเสี่ยงสูงเนื่องจากปัญหาเรื่องน้ำ


ที่ผ่านมา มูลนิธิ PepsiCo ได้เปิดตัวโครงการมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนชั้นนำและพันธมิตรระยะยาว WaterAid เพื่อส่งต่อน้ำที่ปลอดภัยไปสู่ครอบครัวในแถบแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า (Sub-Saharan Africa) และช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ สร้างระบบประปาใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยที่เท่าเทียมกัน และส่งเสริมการศึกษาด้านสุขอนามัย นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเป็นผู้ดูแลด้านน้ำ การสุขาภิบาล และสุขอนามัยในชุมชนของพวกเขา โดยการจัดหาเงินทุนและการฝึกอบรมเพื่อบำรุงรักษาจุดเชื่อมต่อน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขาภิบาลสำหรับปีต่อๆ ไป

สำหรับเป๊ปซี่โค ประเทศไทย ประกาศยึดมั่นในนโยบายความยั่งยืนในด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการช่วยรักษาลุ่มน้ำในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างปลอดภัย

นายสุดิปโต โมซุมดา กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจอาหารอินโดจีน กล่าวว่า ปีนี้ เป๊ปซี่โค ประเทศไทยบริจาคเงิน 6 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิรักษ์ไทยเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการบริหารการฟื้นฟูแหล่งน้ำ รวมถึงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งสำหรับเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ภาคเหนือ ให้มีน้ำเพื่อใช้ทำการเกษตร โดยได้พัฒนาระบบน้ำขนาดเล็กในรูปแบบของบ่อน้ำตื้น สร้างขุดบ่อน้ำบาดาล 240 บ่อให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร อีกทั้งสนับสนุนโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำในการสร้างฝายเพื่อปรับปรุงพัฒนา ฟื้นฟูแหล่งน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำป่าไหลหลาก และมีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร อุปโภคและบริโภค เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนให้ดียิ่งขึ้น และร่วมโครงการ “จิตอาสารักษ์แม่น้ำในลุ่มแม่น้ำกวง จังหวัดลำพูน” ซึ่งแม่น้ำกวงเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักในจังหวัดลำพูน ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติได้เปลี่ยนไปอย่างมาก เนื่องจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของชุมชน เป๊ปซี่โค ได้จัดทำถังดักไขมันจำนวน 120 ชุด ส่งมอบให้ชุมชนและร้านค้าที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณลุ่มน้ำเพื่อช่วยดักกรองลดการหมักหมมเศษอาหารและจับไขมัน ช่วยปรับคุณภาพน้ำทิ้งก่อนปล่อยทิ้ง เป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกวง

Advertisement

“ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรไทยทำการเกษตรอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดี ลดการสร้างมลภาวะ โดยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการปลูกมันฝรั่งสายพันธุ์โรงงานด้วยระบบน้ำหยด สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 30%  อีกทั้งโรงงานของเราที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามพันธกิจของเป๊ปซี่โคที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าลดการใช้น้ำของการดำเนินการผลิตให้ได้อีก 25% ภายในปี 2568 จากปี 2549 ที่สามารถบริหารจัดการลดการใช้น้ำลงแล้ว 25% รวมถึงประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดลําพูน สํานักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งที่ 16 ชุมชนท้องถิ่น และนักวิชาการจากชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลนำความรู้งานวิจัยสู่ชุมชนเติมเชื้อเห็ดถอบในกล้าไม้ที่เราปลูก สร้างรายได้เสริมจากการเก็บเห็ดถอบให้คนในชุมชน และช่วยป้องกันการเผาต้นไม้เพื่อหาเห็ด เป็นการปลูกป่าแบบผสมผสาน ลดปัญหาเรื่องการเผาป่าซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่น PM 2.5 ในอำเภอลี้และทุ่งหัวช้างด้วย”