“หน.ศูนย์จีโนม” เผยฮูยังไม่จัดอันดับโควิดสายพันธุ์ C.1.2 กรมวิทยาศาสตร์ฯ ยันยังไม่พบในไทย

31.08.21 | 12:55 น.

“หน.ศูนย์จีโนม” เผยฮูยังไม่จัดอันดับโควิดสายพันธุ์ C.1.2 กรมวิทยาศาสตร์ฯ ยันยังไม่พบในไทย

กรณีมีการแผยแพร่ข้อมูลถึงการค้นพบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ C.1.2 ซึ่งกลายพันธุ์มากกว่าทุกสายพันธุ์เกือบ 2 เท่า โดยพบในประเทศแอฟริกาใต้กว่าครึ่งประเทศ และแพร่ไปอีก 7 ประเทศ ทั้ง อังกฤษ จีน นิวซีแลนด์ โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ คองโก และมอริเชียส นั้น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เป็นข้อมูลที่มีนักวิจัยศึกษาและเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ดู ซึ่งถูกแขวนอยู่ในฐานข้อมูลกลางโควิด-19 โลก หรือ GISAID ซึ่งการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการจะต้องผ่านคณะกรรมการพิจารณายืนยัน ก่อนจะถูกบันทึกใน GISAID อย่างเป็นทางการ

“เท่าที่ดูตำแหน่งการกลายพันธุ์ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าจะส่งผลต่ออาการรุนแรงหลังรับเชื้อมากน้อยแค่ไหน มีบ้างที่อาจจะด้อยค่าแอนติบอดีสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นมา ซึ่งยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมากนัก เพียงแต่ดูจากรหัสพันธุกรรมที่เป็นคาดเดาได้บ้าง จึงมีความวิตกว่า จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นหรือไม่ คงต้องพิจารณาองค์ประกอบปัจจัยต่างๆ รวมถึงการระบาดเป็นอย่างไร และขณะนี้ ทั้งองค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา หรือซีดีซี (CDC) ยังไม่ได้ยืนยันความรุนแรงจนจัดลำดับความสำคัญกับสายพันธุ์นี้ อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์แอฟริกาใต้ไม่ค่อยระบาดมาถึงไทย จึงยังไม่มีอะไรบ่งชี้น่ากังวลใจ เพียงแต่เฝ้าจับตา” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว

ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่า โดยปกติไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา เหมือนสายพันธุ์เดลต้าพลัส ซึ่งก่อนหน้ามีข่าวออกมาว่าจะรุนแรงกว่าเดลต้า แต่เวลาผ่านไปก็พบว่าเชื้อฝ่อลงและถูกจัดเป็นกลุ่ม AY.1 AY.2 จากนั้นก็ลดลงในที่สุด ก็ถูกถอดออกจากการจัดให้เป็นไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง

“ส่วนที่ระบุ C.1.2 มีการระบาดไปถึง 7 ประเทศ โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ระบาดครึ่งประเทศ ก็ต้องดูว่าสัดส่วนเท่าไรเมื่อเทียบกับสายพันธุ์หลักที่ระบาดอยู่ขณะนี้ อย่าง แอลฟา 6 เดือนที่แล้ว ระบาดเกือบ 100% แต่ตอนนี้เหลือน้อยกว่า 1% สำหรับประเทศไทย ขณะนี้สายพันธุ์แอลฟาเหลือเพียงประปราย ถือว่าน้อยมาก เนื่องจากเดลต้าครองพื้นที่เกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนเดลต้ากลายพันธุ์ หรือ AY.4 ขณะนี้ยังทรงตัวอยู่ ต้องดูอีกสักเดือน อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อในไทยเริ่มชะลอตัวลดลง ก็ส่งผลดีถึงการกลายพันธุ์ก็อาจจะน้อยลงด้วย และหากสามารถกันคนจากข้างนอกเข้ามาก็จะยิ่งดี เพราะการกลายพันธุ์เกิดจากการติดเชื้อระหว่างคนสู่คนจำนวนมาก” ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้สายพันธุ์ C.1.2 ยังไม่พบในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยมีการเฝ้าระวังเรื่องสายพันธุ์อยู่ด้วยการถอดรหัสพันธุกรรมกว่า 3 หมื่นตำแหน่ง เฉพาะกรมวิทยาศาสตร์ฯ ตรวจได้สัปดาห์ละ 400-500 ตัวอย่าง ซึ่งยังไม่พบสายพันธุ์นี้ ส่วนสายพันธุ์เดลต้า AY ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในประเทศไทย และยังไม่พบข้อมูลว่ามีความรุนแรงมากขึ้น