แจกเอทีเค 8.5 ล้านชุด พื้นที่สีแดงทั่ว ปท. กลุ่มเสี่ยงคนละ 2 เทสต์ แยงจมูกเอง
วันนี้ (31 ส.ค.64) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ลงนามจัดซื้อชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen test kit) หรือ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดแล้ว โดยก่อนหน้านี้ สปสช.ได้มีการหารือเตรียมความพร้อมในการกระจายชุดตรวจเอทีเคนี้ เบื้องต้นกำหนดให้กระจายในพื้นที่สีแดงเป็นลำดับแรก กระจายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชนแออัด และประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อื่นๆ ทั่วไป ผ่านหน่วยบริการและร้านยา ซึ่งจะได้รับชุดตรวจเอทีเคคนละ 2 ชุด เว้นระยะตรวจห่างกัน 5 วัน
“การกระจายเอทีเคในชุมชนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 2,000 ชุมชน กำหนดแจกเอทีเคชุมชนละ 1,008 ชุด รวมเป็นจำนวน 2 ล้านชุด โดยส่งผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) โดยการดูแลของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทีมแพทย์อาสาวินิจฉัย และให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ผู้นำชุมชน หรือผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำไปแจกในชุมชน ครอบคลุมดูแลประชาชนทุกสิทธิ เน้นกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วย 7 โรค ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ทำงานประสานงานในชุมชน” นพ.จเด็จกล่าว และว่า ทั้งนี้ หากผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 จะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้านและในชุมชน (HI/CI) โดยเป็นการดำเนินการในรูปวัน สต๊อป เซอร์วิส (One stop service) ตามหลักการ “แจก-เจอ-จ่าย-จบ”
นพ.จเด็จกล่าวว่า ส่วนการแจกเอทีเคให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อื่นๆ ทั่วไป จะเป็นการกระจายผ่านหน่วยบริการในพื้นที่ รวมถึงร้านยา คลินิกเวชกรรม และคลินิกพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยระบบ VMI ของ อภ. เริ่มต้นประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่จะรับเอทีเคนี้ ต้องทำแบบคัดกรองความเสี่ยงในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ที่ดำเนินการโดยธนาคารกรุงไทย คลิกที่ “รับชุดตรวจโควิด-19” หากผลประเมินพบว่าอยู่ในเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ให้เข้ารับชุดตรวจเอทีเค ตามหน่วยบริการข้างต้นในพื้นที่ได้ โดยทำการยืนยันตัวตนก่อนรับชุดตรวจเอทีเคฟรี ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในระบบแอพพ์เป๋าตัง และหน่วยบริการจะจ่ายชุดตรวจเอทีเค ให้จำนวน 2 ชุด สำหรับการตรวจ 2 ครั้ง ห่างครั้งละ 5 วัน พร้อมให้คำแนะนำการดูแลตนเองและเข้าสู่ระบบการดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้านที่สามารถลงทะเบียนผ่านแอพพ์เป๋าตังได้เช่นกัน
เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน จะมีการกระจายชุดตรวจเอทีเคเชิงรุกในชุมชนพื้นที่สีแดงในกรุงเทพฯ ซึ่ง กทม.กำหนดไว้มีจำนวน 2,000 ชุมชน โดยกระจายผ่านทางผู้นำชุมชน และ อสส. ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในชุมชน เพื่อให้สามารถครอบคลุมการแจกจ่ายได้อย่างทั่วถึง รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวก และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อด้วยเช่นกัน
“จากข้อมูลขณะนี้ มีหน่วยบริการเอกชนที่สมัครเข้าร่วมแจกชุดตรวจเอทีเค จำนวน 1,559 แห่ง แยกเป็น ร้านยาแผนปัจจุบันประเภท 1 จำนวน 1,436 แห่ง (ร้อยละ 92.11) คลินิกเวชกรรม 114 แห่ง (ร้อยละ 7.3) และคลินิกพยาบาล 9 แห่ง (ร้อยละ 0.58) อย่างไรก็ตาม หากเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น จะมีการเปิดระบบจัดส่งชุดตรวจเอทีเคทางไปรษณีย์ต่อไป เพื่อลดการเดินทางและแพร่กระจายเชื้อ” นพ.จเด็จกล่าว และว่า ขณะนี้ สปสช.จัดทำแผนกระจายชุดตรวจเอทีเครองรับไว้แล้ว ทันทีที่มีการส่งมอบชุดตรวจเอทีเค สปสช.พร้อมเดินหน้า โดยร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการโดยเร็ว

