กรมควบคุมโรคชวน 7 กลุ่มเสี่ยง รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี! ยืดเวลาถึงสิ้นปี64

กรมควบคุมโรคชวน 7 กลุ่มเสี่ยง รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี! ยืดเวลาถึงสิ้นปี64

วันที่ 17 กันยายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องเฝ้าระวัง ประกอบกับช่วงฤดูฝนเป็นฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ หากผู้ป่วยติดเชื้อ 2 โรคนี้ พร้อมกันจะเพิ่มความรุนแรง และมีโอกาสเสียชีวิตสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง จึงได้รณรงค์ให้ประชาชนทั้ง 7 กลุ่มเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ข้อมูล ณ วันที่ 6 สิงหาคม พบผู้รับวัคซีนเพียง 1,739,633 โดส หรือร้อยละ 28.05 จึงพิจารณาขยายระยะเวลาจากเดิมวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2564 นอกจากนี้ ยังได้ขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม ได้แก่ 1.บุคลากรหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด 19 2.กลุ่มที่อยู่ในสถานที่ที่มีการรวมตัวของประชากรจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการระบาด และ 3 กลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ขึ้นกับสถานการณ์ในช่วงนั้น โดยเริ่มให้บริการวัคซีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564

“การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังคงมีความจำเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะฉีดวัคซีนโควิด 19 ไปแล้ว เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน ประชาชนควรได้รับวัคซีนทั้ง 2 ตัว และให้ฉีดห่างกัน 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดโรคปอดบวม ทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยลงได้” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ต้องฉีดป้องกันปีละ 1 ครั้ง โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ขอเชิญชวนให้ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่

1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน คือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือ มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

โดยเข้ารับวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้าน และที่สถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1422

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“คิง เพาเวอร์” ลุยเปิดโรงแรม “เดอะสแตนดาร์ดแบงค็อกมหานคร” ปี’65 จัดโปรโมชั่น 5 แคมเปญสุดคุ้มปลอดภัยปลุกพลังนักช้อปถึง 30 ก.ย. 64
บทความถัดไปบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี’เคพีเอ็มจี’จ่าย 2.6 พันล้านยุติคดี1เอ็มดีบี