สธ.จ่ออนุมัติขาย ATK ทั่วไป กลุ่มเสี่ยงยังรับฟรี สปสช. ย้ำต้องใช้ทันที

สธ.จ่ออนุมัติขาย ATK ทั่วไป กลุ่มเสี่ยงยังรับฟรี สปสช. ย้ำต้องใช้ทันที

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงความคืบหน้าการจัดสรรชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ด้วยตนเอง

นพ.ธงชัย กล่าวว่า สธ. ร่วม สปสช. กระจายชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด ให้ประชาชนตรวจด้วยตนเองทั่วประเทศ ขณะนี้ขอให้เป็นเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้นำไปใช้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเมื่อไปขอรับชุดตรวจที่โรงพยาบาล (รพ.) ร้านขายยา หรือผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” จะให้มีการประเมินความเสี่ยงตนเอง และย้ำว่าเมื่อได้ชุดตรวจไปแล้วให้ตรวจทันที อย่าเอาไปเก็บหรือคิดว่าเก็บไว้ก่อนเพื่อรอตอนสงสัยแล้วค่อยตรวจ เนื่องจากชุดตรวจมีวันหมดอายุและหากเก็บไม่ดีก็เสื่อมสภาพ โดยควรเก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส อย่าทิ้งไว้ในรถหรือตากแดด เป็นต้น โดยยืนยันว่าชุดตรวจเพียงพอ และฟรี ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงไปขอรับบริการตรวจที่ รพ.ก็ตรวจฟรี

นพ.ธงชัยกล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่ควรได้รับการตรวจโควิด-19 คือ 1.ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง มีอาการ เช่น ไข้ น้ำมูก ไม่ได้กลิ่นหรือรส ควรไป รพ.ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) 2.หากมีอาการแต่ไม่มีประวัติสัมผัสหรือเสี่ยงสูง 3.ผู้สัมผัสเสี่ยง แต่ไม่มีอาการ และ 4.กลุ่มเสี่ยง 608 เช่น ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง ติดบ้านติดเตียง มีโรคประจำตัวและอยู่พื้นที่เสี่ยง เช่น ชุมชนมีการระบาด มีผู้ป่วยในชุมชนโดยรอบ ไปขอชุดตรวจ ATK ได้ หรือแจ้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ต่างๆ เพื่อขอรับชุดตรวจได้ ทั้งนี้ ถ้าหากผลตรวจเป็นบวก สามารถโทรแจ้งสายด่วน 1330 หรือแจ้งข้อมูลผ่านแอพพ์ฯ ที่ใช้ประเมินรับชุดตรวจ หรือติดต่อไปที่ รพ.หรือหน่วยบริการ ที่รับชุดตรวจมา ย้ำว่าแม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ประมาทไม่ได้ ผลตรวจเป็นลบก็อย่าชะล่าใจ เพราะ ATK ช่วยให้รู้ผลเร็ว เข้าระบบการรักษาได้เร็ว ช่วยควบคุมโรคได้เร็ว แต่ไม่ได้ช่วยป้องกัน มาตรการสำคัญคือ รณรงค์ไปฉีดวัคซีน แต่ฉีดแล้วก็ยังติดได้ สำคัญที่สุดคือ มาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา (Universal Prevention)

“ย้ำว่า ถ้าเชื้อน้อยอาจจะตรวจแล้วยังไม่พบ เพราะมีความเฉพาะสู้อาร์ที-พีซีอาร์ ไม่ได้ แต่เราไม่ได้ตรวจครั้งเดียวแล้วบอกไม่มีเชื้อ ดังนั้น หากตรวจแล้วผลเป็นลบ ไม่มีอาการ ควรตรวจซ้ำทุก 7 วัน ซึ่งกรณีขอชุดตรวจจะได้รับแจก 2 ชุด เมื่อผลเป็นลบ ครบ 7 วันก็นำมาตรวจอีกครั้งได้ แต่ถ้าเกิดมีอาการขึ้นมาให้ตรวจได้ทันที ส่วนกรณีผลเป็นลบแต่มีอาการ ควรตรวจซ้ำใน 3-5 วัน และขอให้บันทึกผลการตรวจเข้าระบบตามที่ได้รับแจ้งจากจุดกระจายชุดตรวจ เพราะหากตรวจแล้วผลเป็นลบแต่ยังมีอาการอยู่ จะได้ขอรอบ 2 ได้” นพ.ธงชัย กล่าว

ด้าน นพ.จเด็จกล่าวว่า ขณะนี้กระจายชุดตรวจไปแล้ว 6.7 ล้านชุดทั่วประเทศ ซึ่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) เป็นผู้กระจายและแจ้งกลับมา สปสช. สามรถตรวจสอบจุดแจกที่เว็บไซต์ สปสช. www.nhso.go.th ซึ่งวันนี้มีการปรับปรุงและแสดงข้อมูลทั้งหมดเริ่มวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ส่วนในกรุงเทพมหานครจะเพิ่มจุดกระจายชุดตรวจ นอกจากศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) แล้ว จะมีคลินิกชุมชนอบอุ่น 120 กว่าแห่ง จะเริ่มกระจายชุดตรวจวันที่ 27 กันยายนนี้ และมีอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) 10,000 คน ทยอยกระจายชุดตรวจพื้นที่เป้าหมาย

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า สำหรับการรับชุดตรวจทำได้ 3 วิธี คือ 1.กลุ่มเสี่ยงที่จะรับชุดตรวจ ได้ที่หน่วยบริการในพื้นที่ใกล้บ้าน ที่มีติดป้ายสีเหลืองว่าจุดแจกชุดตรวจโควิด ATK 2.แอพพ์เป๋าตัง และ 3.พื้นที่ชุมชนแออัด ตลาด พนักงานร้านเสริมสวย นวดสปาต่างๆ จะมี อสส. และ อสม.ไปประสานและนำไปแจก ไม่จำเป็นต้องทำแอพพ์ หรือเดินเข้ามา อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึงปัจจุบัน มีการรับชุดตรวจแล้วเกือบ 8 หมื่นคน บันทึกผลตรวจ 1.4 หมื่นคน หรือเกือบ ร้อยละ 20 พบผลบวก 100 คน หรือเกือบ ร้อยละ 1

ผู้สื่อข่าวถามว่า อนาคตจะขยายจุดให้บริการแจกเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.จเด็จกล่าวว่า ขณะนี้ที่ทราบว่าจุดตรวจอาจไม่มาก สปสช.ประสาน สธ.ขยายจุดตรวจเพิ่มเติม ที่จะขยายเร็วๆ นี้ คือ จุดตรวจห้องปฏิบัติการทั่วไป 60 กว่าแห่งทั่วประเทศ สถานพยาบาลของพยาบาลจำนวนหนึ่งที่จะนำเข้ามา และ สปสช.ประชาสัมพันธ์ร้านยาจำนวนมากที่ยังไม่เข้ามาร่วม ให้เข้ามาเป็นหน่วยกระจายให้เรา เพราะที่ประเมินประชาชนน่าจะสะดวกไปร้านยา

เมื่อถามว่า กรณีบางส่วนไม่สะดวก เข้าไม่ถึงรับ ATK จะไปหาซื้อชุดตรวจเอง นพ.ธงชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีจำหน่ายชุดตรวจที่ร้านขายยาทั่วไป พรุ่งนี้ (22 กันยายน 2564) จะมีการประชุมคณะกรรมการเครื่องมือแพทย์ มีผู้เสนอมาเช่นกันว่า ในอนาคตจะมีการกระจายขายทั่วไป

“คิดว่าสิ้นเดือนนี้จะประกาศว่าขายได้ทั่วไป เรียนว่าอย่าซื้อทางออนไลน์ เพราะอาจจะได้ของไม่ได้มาตรฐาน มีผลบวกลวง ลบเทียม ขอให้ซื้อตามร้านขายยา คลินิกต่างๆ ที่จำหน่ายได้” นพ.จเด็จกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดีเดย์ 23 ก.ย.การรถไฟเปิดเดินรถเพิ่ม 18 ขบวน รองรับการเดินทางประชาชน ให้เหมาะสมกับมาตรการ ศบค.
บทความถัดไปเหมือนตกนรก! เหยื่อศูนย์บำบัดวัดดังเปิดใจ ถูกซ้อมทรมาน ให้กินข้าวบูดใส่ขันล้างก้น