สปสช.เผยกว่าครึ่งยังไม่ใช้ ATK ย้ำ! กลุ่มเสี่ยงรับแล้ว รีบตรวจโควิด-บันทึกผลทันที

สปสช.เผยกว่าครึ่งยังไม่ใช้ ATK ย้ำ! กลุ่มเสี่ยงรับแล้ว รีบตรวจโควิด-บันทึกผลทันที

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ สปสช.ร่วมกับหน่วยบริการเดินหน้ากระจายแจกชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้ประชาชนตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา และมุ่งให้เกิดการควบคุมการแพร่ระบาดตามนโยบายรัฐบาล สปสช.ได้มีการติดตามผลของประชาชนที่รับ ATK ไปแล้ว โดยสายด่วน สปสช. 1330 ได้ทำการ “โทรสำรวจผู้ที่รับชุดตรวจ ATK” เบื้องต้นดำเนินการในพื้นที่ กทม.จำนวน 6,000 ราย โดยดำเนินการในวันที่ 20-21 กันยายน 2564 ซึ่งในจำนวนนี้มีประชาชนที่โทรติดต่อได้และสะดวกให้ข้อมูล จำนวน 4,062 ราย (ร้อยละ 68) โทรติดต่อไม่ได้ จำนวน 1,382 ราย (ร้อยละ 23) และไม่สะดวกให้ข้อมูลอีก จำนวน 556 ราย (ร้อยละ 9) ทั้งนี้ ในจำนวนประชาชนที่ติดต่อได้และสะดวกให้ข้อมูลนั้นมีผู้ที่รับ ATK แล้วแต่ยังไม่นำมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 2,123 คน (ร้อยละ 53) และผู้ที่ใช้ตรวจหาเชื้อแล้ว จำนวน 1,889 คน (ร้อยละ 47)

นพ.จเด็จกล่าวว่า ในกลุ่มประชาชนที่ยังไม่นำ ATK มาใช้ตรวจนั้นมี จำนวน 917 คน (ร้อยละ 43) ให้เหตุผลว่าไม่มีเวลา ยังไม่สะดวก รองลงมา จำนวน 441 คน (ร้อยละ 21) ระบุว่าเก็บไว้ มีอาการค่อยตรวจ จำนวน 159 คน (ร้อยละ 8) ระบุไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง จำนวน 88 คน (ร้อยละ 4) ระบุว่าตรวจไม่เป็น และอีกจำนวน 85 คน (ร้อยละ 4) ระบุว่าไม่กล้าตรวจ รอญาติมาตรวจให้ นอกจากนี้อีก 44 คน (ร้อยละ 2) ระบุว่านำไปให้ผู้อื่นใช้ ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ได้นำ ATK มาตรวจแล้วนั้น มีผู้ที่มีผลตรวจเป็นลบ จำนวน 1,850 คน (ร้อยละ 97.94) ผู้ที่ผลเป็นบวก จำนวน 25 คน (ร้อยละ 1.32) ได้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาแล้ว และผู้ที่ผลตรวจแปลค่าไม่ได้ จำนวน 14 ราย (ร้อยละ 0.74)

นพ.จเด็จกล่าวว่า นอกจากนี้สายด่วน สปสช. 1330 ได้สอบถามข้อมูลการบันทึกผลพบว่า ในกลุ่มประชาชนที่ตรวจ ATK มีผู้ที่บันทึกผลในระบบ จำนวน 870 คน (ร้อยละ 46) และมีผู้ที่ไม่บันทึกผลในระบบ จำนวน 1,019 คน (ร้อยละ 54) โดยให้เหตุผลที่ไม่ได้บันทึกผลคือ ไม่รู้ว่าต้องบันทึกผล จำนวน 907 ราย (ร้อยละ 89.1) บันทึกไม่เป็น จำนวน 96 ราย (ร้อยละ 9.42) ลืม ไม่สะดวก จำนวน 11 ราย (ร้อยละ 1.08) และไม่มีอุปกรณ์ จำนวน 5 ราย (ร้อยละ 0.49)

“ข้อมูลที่ปรากฏนี้ สปสช.ขอย้ำอีกครั้งว่า เมื่อรับชุดตรวจ ATK ไปแล้วขอให้รีบตรวจหาเชื้อโควิดและบันทึกผลการตรวจผ่านแอพพ์เป๋าตัง หรือกับ อสม./อสส.ที่แจกชุดตรวจให้ท่านโดยเร็ว ไม่ว่าผลการตรวจจะติดเชื้อหรือไม่ การตรวจหาเชื้อโควิดแล้วไม่บันทึกผล แม้ว่าผลจะเป็นลบจะทำให้ท่านเสียสิทธิที่จะได้รับชุดตรวจ ATK เพิ่มในอนาคต เพราะเมื่อมีการใช้และบันทึกผลการตรวจแล้ว หากในอนาคตพบว่าท่านเป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะได้รับแจก ATK เพิ่มเพื่อนำไปตรวจหาเชื้ออีก แต่หากไม่ได้นำไปใช้หรือใช้แล้วไม่ได้บันทึกผลการตรวจก็จะไม่ได้รับแจก ATK เพิ่ม เพราะถือว่ายังไม่ได้ใช้ ATK ชุดแรกที่แจกไป” นพ.จเด็จกล่าว

นอกจากนี้แล้ว เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า สปสช.ยังพบข้อร้องเรียนว่ามีบางคนเมื่อรับ ATK ไปแล้วไม่นำไปตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง แต่กลับเก็บไว้เพื่อนำไปขายต่อ กรณีนี้ขอย้ำเตือนว่าจะทำให้เกิดปัญหาหลายประการ เนื่องจากกลุ่มที่ได้รับ ATK นั้นถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 อยู่แล้ว หากรับ ATK แล้วไม่นำไปใช้แล้วปรากฏว่าคนคนนั้นติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่รู้ตัวก็จะทำให้เสียโอกาสที่จะได้ทราบผลตรวจและเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาล่าช้าจนอาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันก็จะมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

“ต้องบอกว่าชุดตรวจ ATK เรามีจำกัดและแจกให้เฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น เป็นการแจกให้เฉพาะตัวบุคคล นอกจากนี้ต้องเรียนว่า ATK มีอายุการใช้งานและต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าไม่ตรวจของอาจหมดอายุ หรือถ้าเก็บไม่ดีของจะเสื่อมคุณภาพ การรับชุดตรวจแล้วเก็บไว้ไม่เอาไปตรวจจึงไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจกไป” นพ.จเด็จกล่าว และว่า ทั้งนี้ จากข้อมูลการแจกชุดตรวจ ATK ให้กับประชาชนล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2564 เวลา 13.00 น. มีประชาชนรับชุดตรวจ ATK แล้ว จำนวน 149,486 ราย เป็นจำนวน 299,836 ชุด ในจำนวนนี้เป็นการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง จำนวน 148,143 ราย และเป็นการแจกโดย อสม. 1,343 ราย ตรวจโควิดและบันทึกผล 69,805 ราย หรือร้อยละ 47 เป็นผลบวก จำนวน 548 ราย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อังคณาย้อน รมช.ศึกษาฯ ควรเปิดใจกว้างรับความคิดเห็นแตกต่าง ไม่ใช่จ้องจำกัดปิดบัง
บทความถัดไปทล.ขยาย 6 เลน ทางหลวงหมายเลข 36 “กระทิงลาย-ระยอง” แล้วเสร็จ หนุนเพิ่มขีดความสามารถขนส่งภาคตะวันออก