‘หมอธีระ’ หวั่นปลายปีระบาดซ้ำ เป็น Blue or Black New Year แนะขยายระบบตรวจคัดกรอง RT-PCR ให้คลุมทุกพื้นที่

“หมอธีระ” หวั่นปลายปีระบาดหนักซ้ำ เป็น Blue or Black New Year แนะขยายระบบตรวจคัดกรอง RT-PCR ให้คลุมทุกพื้นที่ลดรุนแรง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวาน (10 ตุลาคม) ทั่วโลกติดเพิ่ม 296,474 คน ตายเพิ่ม 4,467 คน รวมแล้วติดไปรวม 238,627,145 คน เสียชีวิตรวม 4,866,882 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ สหราชอาณาจักร รัสเซีย ตุรกี อเมริกา และอินเดีย

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 93.8 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 90.64

…สำหรับสถานการณ์ไทยเรา
เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 10,817 คน สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก
แต่หากรวม ATK อีก 10,055 คน จะสูงเป็น”อันดับ 5″ ของโลกเช่นเดียวกับเมื่อวาน แต่เขยิบเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นรองเพียงตุรกีประเทศเดียวเท่านั้น

ที่น่าวิตกคือ ปัจจุบันสถานการณ์ระบาดของทั่วโลกลดลงชัดเจน แต่ของไทยเรายังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จำนวนติดเชื้อใหม่เมื่อวานของเราแค่ประเทศเดียว หากรวม ATK จะคิดเป็นร้อยละ 7 ของการติดเชื้อใหม่ทั้งโลก ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก

…บทเรียนที่ควรตระหนัก
1. ผลกระทบจากนโยบายกล่องทรายทำให้เห็นการระบาดที่รุนแรงขึ้นในภาคใต้ดังที่กำลังเผชิญอยู่
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการมาจากต่างประเทศ แต่ส่วนสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การทำให้จำนวนประชากรที่หมุนเวียนในพื้นที่มากขึ้น เกิดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการพบปะติดต่อสังสรรค์มากขึ้น จึงทำให้ระบาดหนักขึ้น
ตราบใดที่ไม่กดการระบาดให้ดีพอ แล้วไปเปิดเมือง เปิดท่องเที่ยว เปิดประเทศ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องโอกาสที่จะระบาดหนักกลับซ้ำขึ้นมา
ถามว่าต้องกดการระบาดไปถึงแค่ไหน ถึงจะลองเปิดดูได้
คำตอบมาจากงานวิจัยฝั่งยุโรป ชี้ให้เห็นว่า อาจมีโอกาสสร้างสมดุลเศรษฐกิจกับการระบาดได้ หากติดเชื้อใหม่ต่อวัน ไม่เกิน 10 คนต่อประชากร 1,000,000 คน
ดังนั้นหากคิดย้อนกลับไป เราจึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดแต่ละพื้นที่ข้างต้น จึงเป็นดังเช่นปัจจุบัน เหตุผลตรงไปตรงมาที่สุดคือ ไปเปิดในขณะที่สถานการณ์ระบาดยังไม่ดีพอนั่นเอง

2. ผลลบปลอมจากการใช้ชุดตรวจไว ATK
หากค่าความไวของชุดตรวจไม่มาก จะทำให้เกิดผลลบปลอมได้สูง นั่นคือคนที่ติดเชื้อแต่ตรวจแล้วกลับได้ผลลบ
จำนวนคนที่ตรวจแล้วได้ผลลบเหล่านั้นย่อมนำไปสู่โอกาสที่จะนำเชื้อไปแพร่ต่อเนื่องในชุมชนที่อยู่อาศัยนั่นเอง
สิ่งที่ควรทำคือ การขยายระบบการตรวจคัดกรองมาตรฐาน RT-PCR และกลไกการประสานงานส่งต่อสิ่งส่งตรวจให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ใช้วิธีตรวจนี้เป็นมาตรฐาน ให้คนเข้าถึงได้โดยอิสระ ไม่คิดค่าใช้จ่าย

เพราะหากระบบนี้ไม่เกิดขึ้นมา หรือไม่มีศักยภาพที่จะทำได้มากเพียงพอ การประกาศนโยบายเปิดเมือง เปิดท่องเที่ยว และเปิดประเทศท่ามกลางสถานการณ์ระบาดรุนแรงต่อเนื่อง จะมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เราเข้าสู่การระบาดหนักซ้ำปลายปี เป็น Blue or Black New Year และเกิดผลกระทบมากมายและยาวนานได้

ณ จุดนี้ ย้ำอีกครั้งว่า ขอให้ใส่หน้ากากเสมอ สำคัญมาก
ด้วยรักและห่วงใย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สงคราม อัด ‘ประยุทธ์’ ปล่อยเฟคนิวส์ บอกไทยพ้นวิกฤตแล้ว ทั้งที่ไทยยังติดเชื้อวันละหมื่น
บทความถัดไปเคล็ดลับปีมหัศจรรย์ของ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล