สถานประกอบการประเมินไทย สต็อป โควิด พลัส 6.4 หมื่นแห่ง ผ่านเกณฑ์กว่า 90%

7.11.21 | 14:02 น.
สถานประกอบการประเมินไทย สต็อป โควิด พลัส 6.4 หมื่นแห่ง ผ่านเกณฑ์กว่า 90%

วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2564) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังนำคณะลงพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศด้วยมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือ โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง (COVID Free Setting) ด้านการท่องเที่ยวและกิจการ ที่เกี่ยวข้อง ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น และรัฐบาลได้มีนโยบายเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้หลัก ให้กับประเทศ สธ.ได้เน้น 4 หลักสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้ และประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติแบบวิถีใหม่ ได้แก่ 1.การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมได้ตามเป้าหมาย 2.การป้องกันตนเอง ขั้นสูงสุดตลอดเวลา 3.กิจการ/กิจกรรมเข้มมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง และ 4.การตรวจหาเชื้อเมื่อมีความเสี่ยงด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK)

“การลงพื้นที่เกาะเสม็ดในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวที่มีความพร้อม สามารถดึงดูดความสนใจ ของนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่ จึงต้องเน้นย้ำให้สถานประกอบการบนเกาะเสม็ดที่ได้รับคำแนะนำจากกรมอนามัย จำนวน 92 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง อย่างเคร่งครัด 3 ด้าน ได้แก่ 1. COVID Free Environment สิ่งแวดล้อมปลอดภัย 2.COVID Free Personnel พนักงานปลอดภัย และ 3. COVID Free Customer ผู้ใช้บริการปลอดภัย ทั้งนี้ สถานประกอบการที่ยังไม่ได้ประเมินตามมาตรการ โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง สามารถประเมินตนเองได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ stopcovid.anamai.moph.go.th” นายสาธิต กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. กล่าวว่า ทุกสถานประกอบการที่ประเมินผ่าน สามารถพิมพ์ใบรับรองผล เพื่อติดไว้หน้าร้าน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ได้แก่ 1.ใบรับรอง Thai Stop COVID Plus (TSC+) ซึ่งสถานประกอบการทุกแห่งในทุกจังหวัด ต้องประเมินตนเองตามมาตรการ TSC+ 2.ใบรับรอง COVID Free Setting (CFS หรือ TSC2+ เฉพาะจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวรองรับการเปิดประเทศ หรือจังหวัดที่จะนำเอามาตรการไปปรับใช้ โดยให้สถานประกอบการเลือกประเมินโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ต้องผ่านการประเมิน TSC+ ก่อน เพื่อสามารถประเมินโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ต่อไป และ 3.สติ๊กเกอร์ COVID Free Setting ประเมินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กำหนด ตามที่มีการแจ้งความประสงค์จากสถานประกอบการ สำหรับช่องทางภาคประชาชนเพื่อประเมินสถานประกอบการ สามารถดำเนินการใน 3 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทางที่ 1 สแกน QR Code ใน E-Certificate ของสถานประกอบการที่ไปใช้บริการ ช่องทางที่ 2 ประเมินผ่านทางเว็บไซต์ Thai Stop COVID Plus ของกรมอนามัย และ ช่องทางที่ 3 ประเมินผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ผู้พิทักษ์อนามัย COVID Watch

Advertisement

​ทางด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้ดำเนินการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus (TSC+) เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับผู้ประกอบการประเมินตนเองตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และ ไทยเซฟไทย เพื่อคัดกรองอาการเสี่ยงของโรคโควิด-19 พร้อมมีข้อแนะนำสำหรับการลดความเสี่ยงแต่ละระดับ โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 มีสถานประกอบการประเมินตนเองในระบบ Thai Stop COVID Plus (TSC+) จำนวน 64,415 แห่ง ผ่านการประเมิน จำนวน 58,156 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 90.28 ประเมินตนเองตามมาตรการ COVID Free Setting จำนวน 6,883 แห่ง ผ่านการประเมิน จำนวน 6,610 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 99.03 และมีการประเมินอาการเสี่ยงผ่าน ไทยเซฟไทย แล้ว 7,882,867 ครั้ง

“สำหรับนักท่องเที่ยวขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัดเช่นกัน และคุมเข้มตนเองขั้นสูงสุด Universal Prevention ด้วยการเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร สวมหน้ากากอนามัย และทับด้วยหน้ากากผ้าให้แนบสนิทกับใบหน้า ปิดทั้งจมูกและปากตลอดเวลา หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง หลังสัมผัสสิ่งของร่วมกันกับผู้อื่น ให้หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่สวมอยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ หากมีความเสี่ยงให้แยกตัวจากผู้อื่น และตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK หากตรวจแล้วไม่พบเชื้อ ให้ตรวจซ้ำหลังจากตรวจครั้งแรก 3 – 5 วัน หรือเมื่อมีอาการ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว