ออร์แกนิก กระท่อม ตั้งเป้าผู้นำธุรกิจพืชกระท่อมครบวงจรของโลก
วันนี้ (9 พ.ย.64) นายพรหมฤทธิรงค์ มหัพพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ออร์แกนิก กระท่อม จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 ได้ปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ทำให้ประชาชนสามารถปลูกและขายได้ โดยมีผลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา พืชกระท่อมจึงเป็นอนาคตของพืชเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศไทย สามารถสร้างธุรกิจมูลค่านับหมื่นล้านได้ เพราะตลาดโลกยังต้องการกระท่อมเป็นจำนวนมาก ตลาดมีการแข่งขันกันน้อย เพราะกระท่อมปลูกได้ดีในพื้นที่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และต้นกระท่อมพันธุ์ที่ดีที่สุดก็มาจากประเทศไทย

“เมื่อมีการปลดล็อกพืชกระท่อม วัตถุดิบหลักที่สำคัญ คือ ใบกระท่อมในประเทศไทย ยังมีน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรม บริษัทจึงเปิดตลาดธุรกิจต้นน้ำด้วยโครงการปลูกความสุข-เกษตรพันธะสัญญา เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกต้นกระท่อมอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีใดๆในกระบวนการเพาะปลูก ทั้งนี้รูปแบบการดำเนินการ คือ บริษัทจะทำสัญญาการเพาะปลูกกับเกษตรกร หรือผู้สนใจ โดยบริษัทมีรูปแบบการเพาะปลูกให้เลือกทั้งแบบฟาร์มมาตรฐาน (Standard Farming) และฟาร์มสมัยใหม่ (Smart Farming) นวัตกรรมใหม่ในการเพาะปลูกที่จะให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่มากกว่า โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ เริ่มตั้งแต่การให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชกระท่อม การตรวจวิเคราะห์คุณภาพดินและแหล่งน้ำการออกแบบฟาร์ม การวางระบบการให้น้ำ การจัดหาต้นกล้ากระท่อมก้านแดงสายพันธุ์แท้ ซึ่งจะมีบาร์โค้ดกำกับต้นกล้าทุกต้น เพื่อเก็บประวัติข้อมูลสำคัญต่างๆ การเพาะปลูกและการบำรุงรักษา การเก็บใบ การจัดเก็บและขนส่งไปยังโรงงาน” นายพรหมฤทธิรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ นายพรหมฤทธิรงค์ กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนการเพาะปลูกต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง จำนวน 10 ล้านต้น เพื่อให้ได้ใบกระท่อมเพียงพอที่จะป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมทั้งการสกัดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ และเพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพด้านวัตถุดิบ กลุ่มลูกค้าหลักคือ เกษตรกรที่ประสบปัญหาเพาะปลูกพืชเกษตรชนิดอื่นๆ ที่ไม่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องวิธีการเพาะปลูก รายได้ รวมทั้งกลุ่มผู้สนใจทั่วไปที่มีความต้องลงทุนด้านการเกษตร
“เป้าหมายระยะสั้น จะมุ่งเน้นการเพาะปลูกต้นกระท่อม เพื่อให้เรามีวัตถุดิบป้อนสู่กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นพื้นฐาน เช่น ชาสมุนไพรกระท่อมสูตรต่างๆ ในระยะกลางจะยกระดับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน เช่น เครื่องดื่มชากระท่อมพร้อมดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ส่วนในระยะยาว จะขยายธุรกิจไปในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และขยายต่อไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลกที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจ มุ่งสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจพืชกระท่อมครบวงจรของโลก” นายพรหมฤทธิรงค์ กล่าว

