รมว.สุชาติ มอบนโยบายปี’65 กระทรวงแรงงานมุ่งอัพเกรดแรงงาน สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

รมว.สุชาติ มอบนโยบายปี’65 กระทรวงแรงงานมุ่งอัพเกรดแรงงาน สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายกระทรวงแรงงาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งมีคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดเข้าร่วม ว่า 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากทุกคน ทุกกรม ทุกหน่วยงานในการช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 และภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอย จนกระทั่งสามารถผ่านพ้นวิกฤตที่สำคัญ เป็นที่ประจักษ์

นายสุชาติ กล่าวว่า สำหรับนโยบายกระทรวงแรงงาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ดังนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ให้แรงงานจังหวัดเป็น CEO ในการขับเคลื่อนงานระดับจังหวัดในทุกมิติ มีการบูรณาการข้อมูลให้เป็นฐานเดียวกัน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านแรงงานระดับจังหวัดและเชื่อมโยงกับส่วนกลาง มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน สร้างการรับรู้นโยบายในทุกระดับและภารกิจของทุกหน่วยงาน “รัฐมนตรีรู้ ปลัดกระทรวงรู้ แรงงานจังหวัดรู้” อาสาสมัครแรงงานและบัณฑิตแรงงาน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงาน ให้สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น จัดตั้งกลุ่มไลน์แรงงานจังหวัดระดับภาค เพื่อเชื่อมโยงการทำงาน, การตั้งกลุ่มไลน์อาสาสมัครแรงงานและบัณฑิตแรงงาน เป็นต้น การใช้ช่องทางการสื่อสารจาก Social Media ที่มีความเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสามารถใช้ประโยชน์ในการทำงานแบบเครือข่ายไยแมงมุม ให้อัครทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ทำการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศแก่แรงงานไทยในต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้กลับประเทศไทย โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ สามารถนำเงินลงในระบบเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ในปี 2565 ขอให้ดำเนินการต่ออย่างเข้มแข็งเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนด้านอาชีพ แรงงานนอกระบบ ผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานนอกระบบ พ.ศ. … เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบกว่า 20.4 ล้านคน ต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบการจ้างที่เหมาะสมกับการทำงานที่เปลี่ยนไป

นายสุชาติ กล่าวว่า กรมการจัดหางาน (กกจ.) จะเน้นในเรื่องการรักษาการจ้างงานและความช่วยเหลือกลุ่ม เอสเอ็มอี ขอให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ และวางระบบการเบิกจ่ายให้รัดกุม การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 ต้องมีการอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ให้เตรียมการจัดงาน JOB EXPO เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ประชาชนผู้สนใจ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2565 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ในการออกตรวจ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดมิให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด ส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดข้อพิพาท วางแผนการทำงานในแต่ละปีเพื่อลดข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้น เช่น เดือนพฤศจิกายนให้หารือกับสหภาพเกี่ยวกับการจ่ายโบนัสประจำปีเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีจะเป็นการลดสถิติของปัญหาข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่อาจเกิดขึ้นดำเนินโครงการแรงงานพันธุ์ดีตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงต่อเนื่อง

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ให้ทบทวนหลักสูตรการฝึกอบรมที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันและเหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างครบวงจรตั้งแต่การฝึกอบรมจนถึงสอนการทำตลาด เช่น สร้าง Story ในการขายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจ ให้สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด กำหนดหลักสูตรจังหวัดละ 1 หลักสูตร ขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม MOU ร่วมกับอาชีวศึกษา และสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เร่งรัดการออกหนังสือเพื่อรับรองความรู้ความสามารถให้เร็วขึ้นผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับสถาบันการศึกษาจัดทำหลักสูตรเพื่อผลิตกำลังแรงงานรองรับตลาดแรงงานในอนาคต ระยะ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 แก้ไขกฎหมายประกันสังคม ในส่วนของสิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ “3 ขอ” ได้แก่ ขอเลือก ขอคืน และขอกู้ จัดตั้งธนาคารเพื่อผู้ประกันตน สถาบันการแพทย์เพื่อผู้ประกันตน สร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกันตนในราคาถูก เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคง สร้างแอพพลิเคชั่น ประกันสังคมร่วมกับร้านค้าเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน และ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. สร้างองค์ความรู้ให้แก่สถานประกอบการได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อลดอัตราการอุบัติเหตุและอันตรายจากการทำงาน

“สิ่งสำคัญคือ ต้องมีข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ต้องรู้ว่าในอีก 3 – 5 ปี แนวโน้มอาชีพจะเกิดขึ้นจะเป็นแบบใด ต้องสามารถชี้นำด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศ ข้าราชการกระทรวงแรงงานทุกคนต้องไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการการค้ามนุษย์ หากพบหรือได้รับการรายงาน จะดำเนินการทั้งวินัยและอาญาทันที การทำงานต้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561 – 2580 และ BCG (Bio Circular Green Economy) หรือโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ขอให้ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงานให้เป็นปัจจุบัน การทำงานต้องคำนึงถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นสำคัญ ไม่นำข้อกฎหมายมาเป็นอุปสรรค เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด หลักการในการทำงานขอให้คำนึงถึงหลักการ – เหตุผล – ผลลัพธ์ – Impact เพื่อให้เห็นองค์รวมในการทำงานที่เป็นระบบ เร่งรัดสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายทุกประเภทของทุกหน่วยงาน เพื่อให้เครือข่ายได้มีส่วนร่วม และสนับสนุนการสร้างการรับรู้ในภารกิจของกรม/กระทรวงอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จัดสรรสถานที่ราชการเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของวิสาหกิจชุมชน เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงแรงงาน ขับเคลื่อนประเทศมุ่งสู่เป้าหมายเดียว คือ สร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชน พี่น้องชาวแรงงานปลอดภัยจากโรคโควิด-19” นายสุชาติ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon